สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่า หลายประเทศในยุโรปเผชิญกับภัยแล้งรุนแรงในฤดูร้อนปีนี้ โดยฝรั่งเศสกังวลว่าผลผลิตข้าวโพดอาจน้อยสุดในรอบ 50 ปี ส่วนโรมาเนียก็จำกัดการเข้าถึงน้ำเพื่อการชลประทานของเกษตรกร

ขณะเดียวกัน เนเธอร์แลนด์ประกาศภาวะขาดแคลนน้ำเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเกาะของกรีซ 7 แห่ง ประกาศภาวะฉุกเฉินจากภัยแล้ง เพื่อประหยัดน้ำในประเทศ

การวิเคราะห์ของเครือข่ายความร่วมมือด้านสภาพอากาศนานาชาติ (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอ) ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศ พบว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศไม่ใช่สาเหตุของการขาดแคลนฝนในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. ของปีนี้ แต่บทบาทของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในภัยแล้งที่เกิดขึ้นอยู่ คือ การส่งผลโดยตรงต่อความร้อนจัด ซึ่งเร่งการระเหยของน้ำออกจากดิน

ดับเบิลยูดับเบิลยูเอระบุเสริมว่า สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการระเหยของน้ำ มีโอกาสเกิดขึ้นมากถึง 80 เท่าในยุโรปตะวันตก และ 40 เท่าในยุโรปตะวันออก ในช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม

ด้านนางซาราห์ คิว นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศ จากสถาบันอุตุนิยมวิทยาแห่งเนเธอร์แลนด์ (เคเอ็นเอ็มไอ) กล่าวว่า ความร้อนจัดกลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดภัยแล้งในทวีปยุโรป และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศส่งผลให้ภัยแล้งรุนแรงขึ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS