เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร  รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังประชุมสภากลาโหมว่า พล.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม  ติดตามและเร่งรัดการดำเนินการนโยบายพลทหารอาสา ให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด และเปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์ในเดือน ก.ย.นี้  ซึ่งการดำเนินการคัดเลือกรุ่นแรกจะมีทั้งหมด 4 ครั้ง ระหว่างเดือน พ.ย. 2569 ถึงเดือน ม.ค. 2570 ก่อนที่จะทำสัญญา และเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในเดือน ก.พ. 2570 และส่งตัวเข้ากองประจำการในเดือน พ.ค. 2570  โดยนโยบายนี้เป็นการเพิ่ม 4 โอกาสของพลทหารอาสา ได้แก่ โอกาสด้านรายได้ และสวัสดิการ โดยรวมเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงรวม 15,000 บาท  โอกาสในการเพิ่มวุฒิการศึกษาและทักษะวิชาชีพ โอกาสด้านประกอบอาชีพหลังปลดประจำการทั้งรับราชการ การทำงานกับภาคเอกชนที่ร่วมโครงการ  การประกอบอาชีพอิสระ และโอกาสในการเพิ่มสมรรถนะของตัวเอง ทางวินัย ร่างกาย โครงการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสมัครใจรับใช้ชาติ 

ด้าน น.ท.ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม ได้จัดทำแนวคิดบูรณาการระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบหลายชั้นเพื่อรับมือการยิงระยะไกล หรือ โดรนขนาดเล็ก โดยวางระบบการเชื่อมโยงข้อมูลให้กองทัพอากาศดูแลพื้นที่ในภาพรวม ส่วนเหล่าทัพอื่นจะอยู่ในพื้นที่เฉพาะจุด โดยจะบูรณาการผ่านระบบบัญชาการการและควบคุมของกองทัพอากาศ ถึงแนวทางการขับเคลื่อนโดรน และ กามิกาเซ่โดรน  พร้อมกันนั้นยังขับเคลื่อนระบบสาธารณูปโภคตามแนวชายแดน รั้วชายแดน ไทย-กัมพูชา ระยะที่ 2 หลักเขตแดนที่ 54-55 ระยะทาง 3.45 กิโลเมตร การก่อสร้างเส้นทางทางยุทธวิธีกว่า 396 กิโลเมตร  ระบบน้ำดื่ม เครือข่ายโทรคมนาคม โดย กองทัพบกได้รายงานความพร้อมด้านยุทธวิธีเพื่อเสริมกำลังด้านตะวันออกรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคง เน้นการฝึกอากาศยานไร้คนขับ โดรน การปรับการยิงใช้ลูกปืนซองต่อต้านโดรน รวมถึงการฝึกซ้อมตามแผนป้องกันประเทศ.