สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่นออกแถลงการณ์ เรื่องการขึ้นทะเบียนเพื่อการใช้งานเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้กับยาเม็ดรักษาโควิด-19 “โมลนูพิราเวียร์” พัฒนาและผลิตโดยบริษัทเมอร์ค ร่วมกับบริษัทริดจ์แบค ไบโอเทอราพิวติกส์ สำหรับผู้ป่วยอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี แต่ยกเว้นสตรีมีครรภ์ ถือเป็นยารับประทานเพื่อรักษาโรคดังกล่าว ที่ผ่านการรับรองเพื่อใช้งานในญี่ปุ่นเป็นตัวแรก


นายชิเงยูกิ โกโต รมว.สาธารณสุขของญี่ปุ่น แสดงความหวังว่า ยาตัวนี้จะข่วยบรรเทาภาวะตึงตัวของระบบสาธารณสุขในประเทศได้ โดยฝ่ายที่เกี่ยวข้องเตรียมแจกจ่ายยาโมลนูพิราเวียร์ 200,000 ชุด ในวันอาทิตย์ที่ 26 ธ.ค.นี้ เพื่อให้โรงพยาบาลทุกแห่งที่ได้รับ เตรียมใช้ยาดังกล่าวพร้อมกัน อย่างเร็วที่สุด คือภายในวันจันทร์ที่ 27 ธ.ค.นี้


ความเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นเกิดขึ้น หลังคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) มีมติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อนุญาตให้มีการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์เป็นกรณีฉุกเฉิน ภายใต้เงื่อนไขว่า ผู้ที่รับยาต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปี และควรเป็นผู้ที่ไม่สามารถรับการรักษาด้วยวิธีการแบบอื่น หรือด้วยยาชนิดอื่นซึ่งเอฟดีเอกำหนดไว้ ส่วนการห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และสตรีมีครรภ์ รับยาตัวนี้ เนื่องจากอาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูก


สำหรับวิธีการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ในเบื้องต้น ให้รับประทานวันละ 8 เม็ด ภายในเวลา 5 วันแรก นับตั้งแต่ติดเชื้อ โดยแบ่งรับประทานสองมื้อต่อวัน มื้อละ 4 เม็ด นับเป็นยาเม็ดรักษาโควิด-19 รายการที่สอง ซึ่งเอฟดีเอรับรองฉุกเฉิน ต่อจากยา “แพกซ์โลวิด” ของบริษัทไฟเซอร์.

เครดิตภาพ : REUTERS