วันนี้ (24 ก.ค.) สำนักข่าวจากจีนรายงานกรณีทางการแพทย์ที่กลายเป็นอุทาหรณ์ เมื่อชายหนุ่มชาวจีนคนหนึ่งประสบปัญหาเกี่ยวกับสายตาที่แย่ลงจนแทบมองไม่เห็น เนื่องจากมีไรขนตาที่ขยายพันธุ์อยู่บนขนตาของเขากว่าพันตัว
รายงานข่าวระบุว่า คนไข้ชายแซ่อวี๋รายนี้ มีอายุ 36 ปี มาจากมณฑลหูเป่ย์ ทางตอนกลางของประเทศจีน อาการป่วยของเขาเริ่มจากที่เขารู้สึกไม่สบายตา ตาแห้ง คัน และมีคราบเมือกเหนียวเกาะอยู่ยาวนานถึงหกเดือน เขาจึงขยี้ตาแรงขึ้นเรื่อยๆ และซื้อยาหยอดตามาใช้เอง แต่กลับไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้น จนกระทั่งสายตาของเขาแย่ลงเรื่อยๆ
อวี๋ จึงเดินทางไปตรวจตาที่คลินิกแห่งหนึ่ง และได้รับการวินิจฉัยว่ามีการอักเสบของเปลือกตาที่เกิดจากการเพิ่มจำนวนอย่างผิดปกติของตัวไรเดโมเด็กซ์ แพทย์หญิงฉินเจียว ซึ่งเป็นผู้รักษาเขาพบว่า โคนขนตาของเขาเต็มไปด้วยตัวไรเดโมเด็กซ์จำนวนมาก
แพทย์หญิงฉินได้สุ่มดึงขนตาออกมา 8 เส้นจากดวงตาแต่ละข้างของอวี๋ เพื่อนำไปส่องตรวจ และพบว่า ขนตาแต่ละเส้นมีตัวไรเกาะอยู่ราว 8-9 ตัว ซึ่งเมื่อคำนวณจากดวงตาหนึ่งข้างที่มีขนตาประมาณ 100-150 เส้น แพทย์หญิงฉินจึงประเมินว่าจำนวนไรเดโมเด็กซ์ที่เกาะขนตาของอวี๋ อาจมีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงมากกว่า 1,000 ตัว ซึ่งการแพร่ระบาดของตัวไรนี้ยังส่งผลให้เกิดภาวะตาแห้งตามมาอีกด้วย
แพทย์หญิงฉินระบุว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกสุขอนามัยของอวี๋ เช่น การชอบขยี้ตาบ่อยๆ และไม่ค่อยเปลี่ยนเครื่องนอน คือตัวการสำคัญของอาการป่วยนี้ โดยเขายอมรับว่าตนเองเปลี่ยนเครื่องนอนแค่ทุกๆ สามเดือนเท่านั้น
แพทย์หญิงฉินอธิบายว่า โรคขอบตาอักเสบจากเชื้อไรเดโมเด็กซ์เป็นโรคที่พบได้บ่อย เกิดจากการที่ตัวไรชนิดนี้ซึ่งเป็นปรสิต เข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณโคนขนตาหรือต่อมไขมัน อาการทั่วไปที่จะเกิดขึ้น ได้แก่ คันและแสบร้อนที่ตา รวมถึงรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา โรคนี้มักมาพร้อมกับอาการขนตาร่วง และในกรณีที่รุนแรง อาจส่งผลให้กระจกตาได้รับความเสียหายจนกระทบต่อการมองเห็นได้
แพทย์หญิงฉินกล่าวเสริมว่า เนื่องจากอาการของโรคนี้อาจทำให้ผู้ป่วยสับสนกับโรคตาแดงได้ง่าย ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากเลือกที่จะรักษาเองด้วยการซื้อยาหยอดตามาใช้ ทำให้ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
สำหรับกระบวนการรักษา แพทย์หญิงฉินได้ใช้คลื่นแสงความเข้มสูงร่วมกับยาลดการอักเสบเพื่อควบคุมอาการอักเสบของผู้ป่วย พร้อมทั้งแนะนำให้เขาใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของทีทรีออยล์เป็นประจำทุกวันเพื่อดูแลโคนขนตา นอกจากนี้ยังแนะนำให้เขาเปลี่ยนชุดเครื่องนอนให้บ่อยขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น ลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง และลดเวลาการมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือลง
แพทย์หญิงฉินยังตั้งข้อสังเกตว่า ภาวะการติดเชื้อไรที่ตามีสถิติเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบ การใช้สายตามากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง รวมถึงการแต่งหน้าติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่ได้ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง เธอจึงเตือนว่าหากใครมีอาการตาแห้ง คัน หรือรู้สึกเหนียวเหนอะหนะที่เปลือกตาเมื่อตื่นนอน หรือมีอาการขนตาร่วง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจตาโดยทันที
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



