วันที่ 25 ก.ค. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ยอมรับว่าไม่ได้มีการทบทวนข้อมูลมานานถึง 5 ปี ซึ่งการคัดกรองรอบใหม่ช่วยให้เห็นฐานข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น โดยมีผู้เข้าสู่ระบบใหม่ประมาณ 2.3 ล้านคน
ขณะที่การคัดกรองใหม่นี้ พบปัญหาเรื่องข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน เช่น กรณีประชาชนหลายแสนรายถูกหลอกเอาชื่อไปใช้เป็นกรรมการบริษัท ทำให้ขาดคุณสมบัติ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขและจัดการกับบริษัทที่หลอกลวงประชาชน
นอกจากนี้ ข้อมูลที่น่าสนใจพบว่า จากลงทะเบียน 18 ล้านคน ผ่านเกณฑ์รับสิทธิ 9.5 ล้านคน ในจำนวนนี้ มีกลุ่มวัยแรงงาน อายุ 20-60 ปี ถึงกว่า 5 ล้านคนจากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่มีสินทรัพย์และมีรายได้ไม่ถึง 1 แสนบาทต่อปี
นายเอกนิติ กล่าวว่า สิ่งต่อไป คือ เอาข้อมูลนี้ไปช่วยคนอยู่ในวัยทำงาน แต่ไม่มีรายได้ รายได้ไม่ถึงแสน โดยข้อมูลนี้จะช่วยพัฒนาทักษะแรงงาน ไม่ใช่ให้เป็นคนจนตลอดไป แต่จะพัฒนาทักษะให้มีรายได้ จะวางระบบในการช่วยเหลือคนมากขึ้น
“หน้าที่ของรัฐบาล ไม่ใช่ให้เขามาเป็นคนจนตลอดไป แต่ต้องช่วยพัฒนาทักษะแรงงานให้เขามีรายได้ นี่คือประโยชน์ของการทำระบบสวัสดิการที่ตรงเป้ามากยิ่งขึ้น”
นายเอกนิติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาบัตรคนจนใช้งบประมาณปีละ 6-7 หมื่นล้านบาท ยืนยันว่าหากมีคนจนรับสิทธิมากขึ้นจากการยื่นอุทธรณ์ทบทวน เรื่องงบประมาณไม่ใช่ข้อจำกัด แต่หัวใจสำคัญคือการช่วยให้คนพ้นจากความยากจนอย่างยั่งยืน
ที่มา: นายเอกนิติ ให้สัมภาษณ์หลังบรรยายในการอบรมความรู้โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ปี 2569 หัวข้อ “โอกาส-ทางรอด ยุคเศรษฐกิจผันผวน ท่ามกลางความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์โลก” จัดโดย สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 69



