ฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ให้เกียรติเข้าร่วมและกล่าวในงานเลี้ยง Networking Reception ภายใต้งาน Thailand-China Cooperation Expo 2026 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน และ Mr. Li Xiaobo ผู้แทนจากสมาคมการค้าวิสาหกิจไทย ให้การต้อนรับ
เอกอัครราชทูตจาง เจี้ยนเว่ย กล่าวแสดงความยินดีที่ได้เข้าร่วมงาน พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและไทย รวมถึงสนับสนุนการจัดงานนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่างานมหกรรมในปีนี้ใช้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ มุ่งเน้นการจับคู่ความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ หอการค้า สมาคมการค้า และภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจและฉันทามติร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย-จีน ไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการร่วมเดินทางกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการเยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศได้บรรลุฉันทามติสำคัญเกี่ยวกับการกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน และการขยายความร่วมมือในทุกมิติ โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เน้นย้ำว่าจีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์กับไทยมาโดยตลอด และพร้อมเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ไทยไว้วางใจและพึ่งพาได้
ทั้งสองฝ่ายควรเร่งผลักดันโครงการรถไฟไทย-จีน การเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟจีน-ลาว-ไทย ตลอดจนขยายความร่วมมือในสาขาใหม่ ๆ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และพลังงานสะอาด ขณะที่นายกรัฐมนตรีไทยยืนยันความมุ่งมั่นในการกระชับความสัมพันธ์กับจีนอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระดับสูง และขยายความร่วมมือเชิงปฏิบัติในด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยีขั้นสูง และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น และก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ
เอกอัครราชทูตจาง เจี้ยนเว่ย ย้ำว่าฉันทามติที่ผู้นำทั้งสองประเทศร่วมกันกำหนดไว้ ถือเป็นทิศทางสำคัญในการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันไทย-จีนในยุคใหม่ และเป็นกรอบเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ การจัดงาน Thailand-China Cooperation Expo 2026 จึงนับว่าเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม และเป็นการดำเนินงานเชิงปฏิบัติเพื่อผลักดันฉันทามติดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
สำหรับแนวทางการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยกับจีนในอนาคต ทูตจางเสนอความคาดหวังสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
ประการแรก ร่วมแบ่งปันโอกาสใหม่จากการพัฒนาคุณภาพสูงของจีน จีนยังคงยึดมั่นในการเปิดประเทศสู่ภายนอกในระดับสูง มีตลาดขนาดใหญ่และห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ครบถ้วน พร้อมยกระดับการบริโภคและพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจดิจิทัล และเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสความร่วมมือกว้างขวางแก่ผู้ประกอบการทั่วโลก รวมถึงไทย ทั้งนี้ หวังว่าผู้ประกอบการไทยจะใช้ประโยชน์จากเวทีนี้ศึกษาตลาดจีนอย่างลึกซึ้ง คว้าโอกาสจากการพัฒนาของจีน และนำเสนอสินค้าและบริการคุณภาพเข้าสู่ตลาดจีน เพื่อสร้างความได้เปรียบและผลประโยชน์ร่วมกัน
ประการที่สอง ส่งเสริมการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานไทย-จีน ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ไทยและจีนต่างมีจุดแข็งทางอุตสาหกรรมที่เกื้อกูลกัน มีพื้นฐานความร่วมมือที่มั่นคง และมีศักยภาพพัฒนาอีกมาก ภาคธุรกิจทั้งสองประเทศจึงควรใช้จุดแข็งของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ และเสริมสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี การผลิต และการดำเนินธุรกิจในท้องถิ่น
สำหรับภาคธุรกิจจีน ทูตจางขอให้ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้แนวคิด “อยู่ในไทย เพื่อประเทศไทย” ผสานการดำเนินงานเข้ากับระบบอุตสาหกรรมของไทย ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรในท้องถิ่น และช่วยยกระดับอุตสาหกรรมและการจ้างงานของไทย ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจไทยควรใช้ประโยชน์จากโอกาสการพัฒนาเทคโนโลยีของจีน กระชับความร่วมมือกับภาคธุรกิจจีน ยกระดับศักยภาพด้านนวัตกรรมและขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ ตลอดจนร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคให้เข้มแข็งและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น
ประการที่สาม ร่วมกันสร้างระบบนิเวศแห่งความร่วมมือที่เปิดกว้างและครอบคลุม ภาคธุรกิจทั้งสองประเทศควรยึดมั่นในหลักการเปิดกว้าง การมีส่วนร่วม และการสร้างสรรค์ร่วมกัน ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทุกฝ่ายควรร่วมกันสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เพิ่มพูนการสื่อสารกับภาคส่วนต่าง ๆ สร้างกรณีตัวอย่างแห่งความสำเร็จ และเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง และร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
“Thailand-China Cooperation Expo จะยังคงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือ สร้างฉันทามติใหม่ เปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ และก่อให้เกิดผลสำเร็จที่เป็นประโยชน์ร่วมกันมากยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยกับจีน ตลอดจนสร้างความเจริญรุ่งเรืองและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ” เอกอัครราชทูตจาง เจี้ยนเว่ย กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ การพบปะและแลกเปลี่ยนระหว่างผู้แทนไทยและจีนในงานครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดสู่การเจรจาธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือในมิติต่าง ๆ ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศให้เข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับวันนี้ (25 กรกฎาคม 2569) ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 ขอเชิญผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้สนใจทุกท่านร่วมเยี่ยมชมงาน พบกับสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากไทยและจีน พร้อมสร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนมุมมอง และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสใหม่สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ



