รายงานข่าวจาก กรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า ได้เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ประกาศจัดงาน “Legacy of Thai Textiles & Fashion” ระหว่างวันที่ 11–13 สิงหาคม 2569 ณ เจริญนครฮอลล์ และธาราฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม เพื่อเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมและหัตถกรรมพื้นบ้านให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับผ้าไทยและงานฝีมือสู่เวทีแฟชั่นระดับสากล พร้อมต้อนรับนักลงทุน ผู้ประกอบการ นักออกแบบ และผู้บริโภครุ่นใหม่

การจัดงานในครั้งนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “Legacy: Creative Continuity & Creativity” (ภูมิปัญญาที่ได้รับการต่อยอดโดยความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย) เพื่อชูศักยภาพของผ้าไทยที่ไม่ใช่เพียงมรดกเพื่อการอนุรักษ์ แต่คือ “สินทรัพย์ทางปัญญาและธุรกิจแฟชั่น” ที่สามารถเติบโตได้ในตลาดปัจจุบัน

งานนี้นับเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการฟื้นฟูงานหัตถศิลป์ไทย ควบคู่กับการน้อมนำแนวพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยให้มีดีไซน์ร่วมสมัย สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน และแข่งขันได้ในระดับโลก

ไฮไลต์สำคัญทางธุรกิจภายในงานคือการจัดแสดงนิทรรศการแฟชั่นและผลิตภัณฑ์คราฟต์ร่วมสมัยกว่า 100 ชิ้นงาน ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญ สไตลิสต์ ดีไซเนอร์ระดับแนวหน้า และผู้ประกอบการจาก 10 ชุมชนต้นแบบทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคใต้: กลุ่มทอผ้าศรีวิชัย (สุราษฎร์ธานี), กลุ่ม ME-D NATHAP (สงขลา) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: กลุ่ม ธ.มณโฑ (อุดรธานี), กลุ่มขวัญตา (หนองบัวลำภู), กลุ่ม T.Chattuwan (ร้อยเอ็ด), กลุ่มมนตราธิกาญจน์ (กาฬสินธุ์), กลุ่มไหมทองสุรนารี (นครราชสีมา) ภาคเหนือ: บริษัท ไทยซิลค์วิลเลจ จำกัด (เชียงใหม่), อู๋ไหมไทย กลุ่มทอผ้าบ้านแม่สารบ้านตอง (ลำพูน) ภาคกลาง: กลุ่มอิมปานิ (ราชบุรี)

การผนึกกำลังครั้งนี้ช่วยเปลี่ยนงานหัตถกรรมระดับท้องถิ่น (Local Craft) ให้กลายเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ที่มีมาตรฐานสูง ตอบโจทย์ทั้งตลาดการค้าปลีก (Retail) การส่งออก และไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

นอกจากนิทรรศการแล้ว งานนี้ยังเปิดพื้นที่เสวนาวิชาการเชิงธุรกิจ เพื่อถอดรหัสความสำเร็จการสร้างแบรนด์ผ้าไทยในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรและผู้นำความคิดในอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย เข้าร่วมถ่ายทอดอินไซต์