สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ว่า ข้อมูลของรัฐบาลยูเครนระบุว่า เดือน ก.ค.ปีนี้เป็นช่วงที่มีพลเรือนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากสงครามกับรัสเซียมากที่สุด นับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2565 โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 377 ราย และได้รับบาดเจ็บ 2,129 คน
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า รัสเซียใช้โดรนเกือบ 1,700 ลำ ระเบิดนำวิถีทางอากาศมากกว่า 1,630 ลูก และขีปนาวุธทิ้งตัวมากกว่า 50 ลูก โจมตียูเครนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงขอเรียกร้องพันธมิตรเร่งจัดส่งขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติม เพื่อรับมือการโจมตีด้วยขีปนาวุธทิ้งตัว ซึ่งสกัดกั้นได้ยาก
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่า การโจมตีด้วยโดรนของรัสเซียต่อซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมืองเชอร์นิฮิฟ เมื่อวันอาทิตย์ ส่งผลให้เด็กวัย 10 ขวบ และผู้ใหญ่อีก 1 คน เสียชีวิต รวมถึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน
Ukraine sees highest civilian casualties since 2022 https://t.co/0OfHKmGG3G
— CTV News (@CTVNews) July 26, 2026
ด้านยูเครนยังคงเดินหน้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย ด้วยโดรนและขีปนาวุธ โดยมุ่งเป้าไปยังโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่ง ส่งผลให้รัฐบาลมอสโกขยายเวลาห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลไปจนถึงสิ้นปีนี้ แม้นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมอสโกอาจพิจารณายกเลิกมาตรการดังกล่าว หากสถานการณ์ตลาดฟื้นตัว
ส่วนสถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (ไอเอสดับเบิลยู) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงวอชิงตันของสหรัฐ ระบุว่า หลายพื้นที่ของรัสเซียและดินแดนยูเครนที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย ยังคงเผชิญปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิง แม้รัฐบาลรัสเซียพยายามส่งสัญญาณว่า สถานการณ์เศรษฐกิจและวิกฤติเชื้อเพลิงเริ่มมีเสถียรภาพแล้ว
นอกจากนี้ รัสเซียยังเพิ่มการโจมตีสถานีเชื้อเพลิงในภาคเหนือของยูเครน รวมถึงท่าเรือบริเวณทะเลดำและแม่น้ำดานูบ ขณะที่กองทัพอากาศโรมาเนียยิงสกัดโดรนของรัสเซียเหนือทะเลดำเป็นวันที่สามติดต่อกัน และรัฐบาลบูคาเรสต์ประณามการละเมิดน่านฟ้าว่าเป็นสิ่งที่ “ยอมรับไม่ได้” พร้อมเรียกเอกอัครราชทูตรัสเซียเข้าพบเพื่อชี้แจง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



