สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ (CNTO) เผยแพร่ข้อมูลในแฟนเพจ การท่องเที่ยวจีน – CNTO Bangkok ว่า ฉากหลังอันงดงามที่ปรากฏในซีรีส์ที่เต็มไปด้วยบ้านโบราณริมสายน้ำ ทะเลสาบอันเงียบสงบ และตรอกเล็ก ๆ ชวนให้เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในภาพวาดจีนนั้น คือ “หมู่บ้านหงชุน” หนึ่งในหมู่บ้านโบราณที่มีชื่อเสียงและงดงามที่สุดของประเทศจีน ท่ามกลางขุนเขาทางตอนใต้ของมณฑลอันฮุย
หงชุนได้รับการขนานนามว่าเป็น “หมู่บ้านในภาพวาดพู่กันจีน” ด้วยการผสมผสานความงดงามของธรรมชาติสถาปัตยกรรมแบบฮุยโจวและภูมิปัญญาการจัดการน้ำโบราณไว้อย่างลงตัว จนกลายเป็นจุดหมายในฝันของนักท่องเที่ยวหลาย ๆ คน
หมู่บ้านหงชุนมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 800 ปี และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผลงานด้านการวางผังหมู่บ้านที่โดดเด่นที่สุดของจีน จุดเด่นสำคัญคือ การออกแบบหมู่บ้านให้มีลักษณะคล้าย “วัว” โดยใช้แนวคิดผสมผสานธรรมชาติกับภูมิปัญญาการจัดการน้ำอย่างชาญฉลาด จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในระบบชลประทานโบราณที่ออกแบบได้อย่างน่าอัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน
เมื่อ “ภูเขาเหลยก่าง” เปรียบเสมือน “หัววัว” ต้นไม้โบราณสองต้น คือ “เขาวัว” สระเยวี่ยจ่าว เปรียบเป็น “กระเพาะ” ทะเลสาบหนานหู คือ “ท้องวัว” คลองน้ำที่ไหลผ่านทั่วทั้งหมู่บ้านเป็น “ลำไส้” สะพานทั้งสี่แห่งเปรียบเสมือน “ขาทั้งสี่ของวัว”


ปัจจุบันหงชุนยังคงรักษาอาคารโบราณสมัยราชวงศ์หมิงและชิงไว้ได้มากกว่า 140 หลัง โดยเฉพาะ “คฤหาสน์เฉิงจื้อถาง” ที่มีงานแกะสลักไม้ อิฐ และหินอันวิจิตร จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “พระราชวังต้องห้ามของชาวบ้าน” ขณะที่สระเยวี่ยจ่าว ทะเลสาบหนานหู และตรอกซอกซอยภายในหมู่บ้าน ต่างกลายเป็นมุมถ่ายภาพที่มีชื่อเสียง และเป็นภาพจำของหมู่บ้านหงชุน
ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และภูมิปัญญาการจัดการน้ำอันโดดเด่น ในปี ค.ศ. 2000 หมู่บ้านหงชุน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ร่วมกับหมู่บ้านโบราณซีตี้ในชื่อ “หมู่บ้านโบราณแห่งอันฮุยตอนใต้” และยังได้รับการจัดอันดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของประเทศจีน
ส่วน “หมู่บ้านโบราณซีตี้” ที่ถูกรวมอยู่ในพื้นที่มรดกโลกร่วมกันนั้น ไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 1,000 ปี แต่ยังเป็นเสมือนหน้าต่างที่เปิดให้เห็นวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของชาวฮุยโจวในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง เดิมหมู่บ้านมีชื่อว่า “ซีชวน” หรือ “ซีซี” เนื่องจากมีลำธาร 3 สายไหลจากทิศตะวันออกไปทางตะวันตก ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “ซีตี้” เพราะบริเวณใกล้หมู่บ้านเคยเป็นสถานีส่งเอกสารและไปรษณีย์โบราณของเมืองฮุยโจวในอดีต
ซีตี้เริ่มก่อตั้งในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือและรุ่งเรืองอย่างมากในยุคราชวงศ์หมิงและชิง โดยเฉพาะในรัชสมัยจักรพรรดิคังซีและหย่งเจิ้ง เมื่อพ่อค้าฮุยโจวประสบความสำเร็จจากการค้าขายและเดินทางกลับมาสร้างบ้านเรือน ศาลบรรพบุรุษ สะพาน และถนนภายในหมู่บ้านจนเกิดเป็นชุมชนที่งดงามและมีเอกลักษณ์ หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็น “พิพิธภัณฑ์บ้านเรือนสมัยหมิงและชิงของจีน” และยังคงเป็นหนึ่งในหมู่บ้านโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของจีนมาจนถึงทุกวันนี้


ที่นี่ได้รับสมญานามว่า “บ้านเรือนในดินแดนดอกท้อ” เพราะบรรยากาศอันเงียบสงบ งดงาม และยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันยังคงมีบ้านโบราณสมัยราชวงศ์หมิงและชิงหลงเหลือกว่า 300 หลัง และในจำนวนนี้มี 124 หลัง ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อย่างมาก ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาปัตยกรรมโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ดีที่สุดของจีน
ภายในหมู่บ้านสามารถพบเห็นเอกลักษณ์ของบ้านแบบฮุยโจว ไม่ว่าจะเป็นกำแพงสีขาว หลังคากระเบื้องสีเทา ถนนหินโบราณและตรอกเล็ก ๆ ที่เชื่อมถึงกัน กำแพงทรงหัวม้า ชายคายกโค้งแบบโบราณ หน้าต่างฉลุลวดลาย และซุ้มประตูแกะสลักอย่างประณีต เสน่ห์ของซีตี้อยู่ที่การได้เดินเล่นไปตามตรอกหินโบราณผ่านซุ้มประตูหิน หูเหวินกวง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้าน รวมถึงศาลบรรพบุรุษ อาคารโบราณ และลวดลายแกะสลักไม้ อิฐ และหินอันประณีต ที่สะท้อนฝีมือช่างฮุยโจวได้อย่างงดงาม
นอกจากมรดกทางสถาปัตยกรรมแล้ว ซีตี้ยังเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมพื้นถิ่นของฮุยโจวไม่ว่าจะเป็นประเพณีดั้งเดิม งานหัตถศิลป์ การแสดงงิ้วฮุยโจว และกิจกรรมด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวแต่ยังเป็นชุมชนที่มีชีวิต ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสเสน่ห์ของฮุยโจวได้ทั้งผ่านสถาปัตยกรรม วิถีชีวิต และผู้คนในหมู่บ้าน
จุดเช็คอิน “ซุ้มประตูหินหูเหวินกวง” สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิว่านลี่แห่งราชวงศ์หมิง เพื่อยกย่องหูเหวินกวง ข้าราชการผู้มีผลงานโดดเด่น ตัวซุ้มสร้างจากหิน “ชิงสืออีเซี่ยน” ซึ่งเป็นหินท้องถิ่น มีลวดลายแกะสลักงดงาม และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดซุ้มประตูหินของจีน


อีกหมู่บ้านที่อยู่ในมณฑลอันฮุยคือ “เมืองโบราณฮุยโจว” ในอำเภอเซ่อเซี่ยนของเมืองหวงซาน ที่นี่ไม่ใช่เพียงเมืองโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี แต่ยังเป็นเมืองที่บอกเล่าเรื่องราวของอารยธรรมฮุยโจว ซึ่งสืบทอดมายาวนานกว่าสองพันปี
เมืองโบราณแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงประจำแคว้นฮุยโจว และเป็นศูนย์กลางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของภูมิภาคฮุยโจวต่อเนื่องยาวนาน จึงถือเป็นแหล่งกำเนิดของวัฒนธรรมฮุยโจว งิ้วปักกิ่ง รวมถึงเป็นแหล่งผลิต หมึกฮุยม่อและจานหินฝนหมึกเซ่อเยี่ยน ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “สี่สุดยอดเครื่องเขียนของจีน” อีกด้วย
เสน่ห์ของเมืองโบราณฮุยโจวอยู่ที่การเดินเล่นท่ามกลางตรอกหินเก่า กำแพงสีขาว หลังคากระเบื้องสีดำ และสถาปัตยกรรมแบบฮุยโจว ที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ ภายในเมืองเต็มไปด้วยประตูเมือง กำแพงเมือง โบราณสถาน ถนนสายเก่า และบ้านเรือนที่ผู้คนยังคงใช้ชีวิตอยู่จริง โดยได้รับการจัดอันดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A และยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสี่เมืองโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดของจีน ร่วมกับเมืองโบราณผิงเหยา เมืองโบราณลี่เจียง และเมืองโบราณล่างจง
จุดเช็กอินห้ามพลาด “กำแพงเมืองโบราณฮุยโจว” ที่สามารถเดินขึ้นชมกำแพงเมือง พร้อมชมวิวมุมสูงของเมืองโบราณที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยและสถาปัตยกรรมเก่าแก่อายุกว่าพันปี ให้ความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต “พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฮุยโจว” ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุล้ำค่ากว่าหลายพันชิ้น แม้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดไม่ใหญ่ แต่รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของฮุยโจวไว้อย่างน่าสนใจ
“ที่ว่าการเมืองฮุยโจว” อดีตศูนย์กลางการปกครองของเมืองฮุยโจวในสมัยโบราณ ถือเป็นสัญลักษณ์ของพัฒนาการด้านการปกครองท้องถิ่นของจีน อีกทั้งยังเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมฮุยโจวที่ผสมผสานศิลปะด้านสวนจีน อาคารโบราณ และงานแกะสลักได้อย่างงดงาม “หอหนานเฉียวโหลว” หรือประตูหยางเหอเหมิน เป็นประตูเมืองด้านทิศใต้ของเมืองโบราณฮุยโจว โดดเด่นด้วยซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์
นอกจากนี้ยังมี “ซุ้มประตูหินสวี่กั๋ว” สร้างขึ้นเมื่อ เดือนตุลาคม ปีที่ 12 แห่งรัชสมัยจักรพรรดิว่านลี่ ราชวงศ์หมิง เพื่อเป็นเกียรติแก่ “สวี่กั๋ว” ขุนนางตำแหน่งมหาเสนาบดี ผู้สร้างซุ้มแห่งนี้ขึ้นในบ้านเกิด หลังจากประสบความสำเร็จในหน้าที่ราชการและกลับคืนสู่บ้านเกิดอย่างสมเกียรติ ความโดดเด่นคือ โครงสร้างที่แตกต่างจากซุ้มประตูจีนทั่วไป ซึ่งมักใช้เสาเพียง 4 ต้น แต่ซุ้มแห่งนี้กลับใช้ 8 ต้น วางเรียงล้อมกันทั้งสี่ด้าน จึงได้รับสมญานามว่า “ซุ้มประตูแปดเสา” และถือเป็นซุ้มประตูหินแปดเสาเพียงแห่งเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในประเทศจีน
“ถนนโต้วซาน” ถนนสายเก่าแก่ที่ยังคงอนุรักษ์อาคารสมัยราชวงศ์หมิงและชิงไว้เป็นจำนวนมาก ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านหัตถกรรมพื้นบ้าน ร้านชา และร้านค้าเล็ก ๆ ที่ยังคงกลิ่นอายของฮุยโจวในอดีต ส่วน “เขื่อนอวี๋เหลียง” เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาด ผลงานด้านวิศวกรรมชลประทานที่มีชื่อเสียงที่สุดของดินแดนฮุยโจว จนได้รับสมญานามว่า “ตูเจียงเยี่ยนแห่งแดนเจียงหนาน” เปรียบเทียบกับระบบชลประทานโบราณชื่อดังของจีนที่เมืองเฉิงตู
ติดตามเส้นทางท่องเที่ยวของจีนได้ทางแฟนเพจ www.facebook.com/cntobangkok



