วันที่ 27 ก.ค. นายศักดิ์กรินทร์ คูณประโคน นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนกลุ่มตกหล่น พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางเศรษฐกิจ เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและอุทธรณ์สิทธิ์โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ณ ที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ขยายเวลายื่นอุทธรณ์ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 และผ่อนปรนหลักเกณฑ์การคัดกรองให้ครอบคลุมกลุ่มที่มีปัญหา พร้อมจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการตรวจสอบและยืนยันตัวตนในจุดเดียว
นายศักดิ์กรินทร์ เปิดเผยว่าการเปิดจุดบริการครั้งนี้ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาผู้ที่พลาดสิทธิ์จากรอบที่ผ่านมา ซึ่งอำเภอเฉลิมพระเกียรติ มีจำนวน 7,119 ราย จาก 5 ตำบล 67 หมู่บ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้บกพร่องทางร่างกายที่ไม่สามารถเดินทางได้สะดวก ซึ่งเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำปรึกษา แนะนำการยื่นเอกสาร และดำเนินการตามขั้นตอนอุทธรณ์ให้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม นอกจากนี้ ศูนย์ One Stop Service ยังเพิ่มมาตรการกวดขันเข้มงวดเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบการแอบอ้างสวมสิทธิ์ นำชื่อประชาชนไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท Nominee การรับจ้างเปิดบัญชีม้า หรือการรับจ้างทำนิติกรรมอำพรางต่างๆ ซึ่งมักฉวยโอกาสจากกลุ่มผู้มีรายได้น้อย
นายอำเภอกล่าวเตือนประชาชนว่า “ขอให้ชาวบ้านระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อบุคคลที่มาชักชวนให้ส่งมอบเอกสารส่วนบุคคล บัตรประชาชน หรือสแกนใบหน้า เพื่อแลกกับเงินตอบแทนเพียงเล็กน้อย เพราะอาจถูกนำชื่อไปใช้กระทำผิดกฎหมาย ทั้งการเปิดบัญชีม้า หรือการนำชื่อไปตั้งบริษัทบังหน้า ซึ่งมีโทษทางอาญาหนักทั้งจำและปรับ”
ด้านนางทองวาด เอมโอช อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่24 หมู่ที่ 9 ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ อาชีพทำนาที่เดินมางมายื่นอุทธรณ์สิทธิ์โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เนื่องจากไม่ผ่าน กล่าวว่าที่ไม่ผ่านเพราะมีสินเชื่อจากธนาคารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เกิน 1 แสนบาท ยอมรับว่าจนจริงจึงยอมเป็นหนี้ ถ้าเป็นคนรวยตนเองคงไม่ไปกู้ธนาคารมา ที่มาอุทธรณ์สิทธิ์โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) นั้นยอมรับตนมีความหวังเพียงแค่ 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น







