เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ว่าด้วยแนวทางการพัฒนาดิจิทัล (Digital Transformation) ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET เพื่อการเริ่มต้นปฏิรูประบบข้อมูลการศึกษาครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ เปลี่ยนการทำงานจากระบบที่แยกส่วนไปสู่การเชื่อมโยงข้อมูลบนแพลตฟอร์มเดียวทั้งประเทศ โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ และ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของศธ.

โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า ปัญหาที่สะสมมานานของกระทรวงศึกษาธิการ คือการที่แต่ละหน่วยงานมีฐานข้อมูลของตนเอง ครูต้องกรอกข้อมูลซ้ำ นักเรียนย้ายโรงเรียนแต่ข้อมูลไม่เชื่อมต่อ ผู้บริหารไม่สามารถใช้ข้อมูลแบบทันเวลาในการกำหนดนโยบาย จึงถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานทั้งระบบ โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นรากฐานของ MoE Digital Era 2570 ผ่านการพัฒนา EduPass ซูเปอร์แอปพลิเคชันด้านการศึกษา พร้อมระบบ Education ID และ Learner ID ที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการของกระทรวงศึกษาธิการได้จากจุดเดียว เชื่อมโยงข้อมูลอย่างปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับประเทศ และรองรับการเชื่อมต่อกับระบบภาครัฐในอนาคต

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ไม่ใช่การสร้างภาระใหม่ แต่คือการลดภาระที่มีอยู่ โดยจะไม่เพิ่มระบบให้ครูหรือโรงเรียนต้องเรียนรู้ซ้ำ แต่จะเชื่อมระบบเดิมที่กระจัดกระจายให้ทำงานร่วมกันได้ กรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว ใช้งานได้ทุกบริการ ลดงานเอกสาร ลดความซ้ำซ้อน และคืนเวลาให้ครูกลับไปอยู่กับผู้เรียน ขณะที่ผู้บริหารจะสามารถใช้ข้อมูลแบบ Real-time เพื่อการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ซึ่งตนได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดร่วมเดินหน้าปรับตัวอย่างจริงจัง โดยให้แต่งตั้งผู้ประสานงานทุกหน่วยงาน จัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกับ INET พัฒนาระบบ Dashboard สำหรับการบริหาร คัดเลือกพื้นที่นำร่อง และตั้งเป้าให้ระบบสามารถใช้งานได้จริงภายใน 6 เดือน ก่อนขยายผลทั่วประเทศ โดยย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลด้านการศึกษาไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นภารกิจสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันขับเคลื่อน

“กระทรวงศึกษาธิการกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่การตัดสินใจจะขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก การบริการจะเชื่อมโยงเป็นระบบเดียว ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นต้นแบบด้าน GovTech เพื่อการศึกษาของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต” นายประเสริฐ กล่าว