สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยา ภูมิอากาศ และธรณีฟิสิกส์ของอินโดนีเซีย (บีเอ็มเคจี) เผยแพร่รายงานว่า จำนวนพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่าและไฟบนพื้นที่พรุในประเทศ เพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือน ก.ค. เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้น และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2570


รายงานของบีเอ็มเคจีระบุด้วยว่า ณ วันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา มีการตรวจพบจุดความร้อน มากกว่า 5,000 จุดในประเทศ เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเอลนีโญในปี 2558, 2562 และ 2566 โดยจังหวัดกาลีมันตันตะวันตก ปาปัวใต้ และรีเยา เป็นพื้นที่ซึ่งมีการพบจุดความร้อนมากที่สุด


ขณะเดียวกัน 54.5% ของพื้นที่การเกษตรในอินโดนีเซียเข้าสู่ฤดูแล้งแล้ว ณ ช่วงกลางเดือน ก.ค. และคาดว่าฤดูแล้งจะรุนแรงที่สุดในเดือน ส.ค. ตามการคาดการณ์เดิม


บีเอ็มเคจีประเมินด้วยว่า ความเสี่ยงเกิดไฟป่าและไฟบนพื้นที่พรุจะสูงที่สุดในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. โดยเฉพาะบนเกาะสุมาตราและกาลีมันตัน ก่อนที่สถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลายในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. เมื่อหลายพื้นที่เริ่มมีฝนตกเพิ่มขึ้น


ทั้งนี้ ช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. ถือเป็นช่วงวิกฤติของการเกิดไฟป่า จึงจำเป็นต้องเพิ่มการเฝ้าระวังและติดตามพื้นที่เสี่ยงอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้จุดความร้อนลุกลามและสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง


ข้อมูลของบีเอ็มเคจีระบุอีกว่า หลายพื้นที่ของประเทศกำลังเผชิญภาวะฝนทิ้งช่วง โดยอำเภอปูร์โวเรโจ ในจังหวัดชวากลาง ไม่มีฝนตกต่อเนื่องนานถึง 80 และมีพื้นที่ 1,366 แห่ง ที่ไม่มีฝนตกติดต่อกัน 21-30 วัน อีก 943 แห่ง ไม่มีฝนนาน 31-60 วัน และอีก 70 แห่ง เผชิญสภาพอากาศแห้งแล้งต่อเนื่องมากกว่า 60 วัน


นอกจากนี้ จุดความร้อนในจังหวัดกาลีมันตันตะวันตก เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความเสี่ยงเกิดไฟป่าและหมอกควันหนาแน่นสูงขึ้น โดยหน่วยงานได้ปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศในหลายพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดไฟป่าและจำกัดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES