รู้จักงานวิ่ง “หุบเขามรณะ” ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางโหดที่สุดในโลก บนพื้นที่ที่ร้อนระอุที่สุดในโลก วิ่งฝ่าอากาศร้อน บนพื้นยางมะตอย ที่พร้อมหลอมละลายรองเท้า ในปีนี้มีการทำสถิติใหม่กันทั้งชาย-หญิง

การแข่งขันในชื่อ “แบดวอเตอร์ 135” (Badwater 135) เริ่มต้นที่ “หุบเขามรณะ” (Death Valley) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐ ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 282 ฟุต เป็นจุดที่ต่ำที่สุดในอเมริกาเหนือ และสิ้นสุดที่ “วิทนีย์ พอร์ทัล” (Whitney Portal) บนเทือกเขาเซียร์รา เนวาดา ที่ความสูง 8,360 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล มีระยะทางรวม 135 ไมล์ หรือประมาณ 217 กิโลเมตร

ความท้าทายคือเรื่องความสูง ตลอดเส้นทางนักวิ่งจะต้องข้ามผ่านเทือกเขาหลัก 3 แห่ง ไต่ระดับความสูงสะสมรวม กว่า 14,600 ฟุต (4,450 เมตร) และดิ่งลงรวมกว่า 6,100 ฟุต (1,860 เมตร)

ที่โหดจัดคือสภาพอากาศร้อน อุณหภูมิในหุบเขามรณะช่วงเดือน ก.ค. 69 มักจะพุ่งสูงทะลุ 49-55 องศาเซลเซียส ในเวลากลางวัน พื้นถนนยางมะตอยมีความร้อนสะสมสูงมากสามารถหลอมละลายพื้นรองเท้านักวิ่งได้ ทำให้นักวิ่งต้องราดน้ำใส่น้ำแข็งตลอดเวลาเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย สถานที่แห่งนี้เคยถูกบันทึกว่าเป็นที่ที่ร้อนที่สุดในโลก ที่ 56.7 องศาเซลเซียส บันทึกเมื่อปี 1913 ส่วนปีนี้ อุณหภูมิทะลุ 40 องศาเซลเซียส ต่อเนื่อง และไม่มีร่มไม้ให้พัก

ปีนี้จัดวันที่ 27-29 ก.ค. 69 ลดเวลาคัตออฟให้โหดขึ้น จาก 48 ชั่วโมง เหลือ 45 ชั่วโมง ผลแข่งในประเภทชาย แมกซ์ จอลลิฟเฟ หนุ่มมะกัน วัย 34 ปี คว้าแชมป์ด้วยเวลา 20:53:41 ชั่วโมง เป็นคนแรกที่จบรายการนี้ด้วยเวลาต่ำกว่า 21 ชั่วโมง และทำลายสถิติเดิมของ โยชิฮิโกะ อิชิกาวะ ที่ทำไว้ในปี 2019 ที่ 21:33:01 ชั่วโมง

ส่วนประเภทหญิง แชมป์เป็นของ คาร์เมน มาเรีย เปเรซ จากสเปน วัย 44 ปี เวลา 21:05:32 ชั่วโมง เป็นการเข้าอันดับ 2 โอเวอร์ออลด้วย และเป็นเจ้าของสถิติใหม่ของฝ่ายหญิง ดีกว่าสถิติเดิมเกือบ 27 นาที นอกจากนี้ ผลงานล่าสุด ทำให้ เปเรซ ครองสถิติอันดับ 2 ตลอดกาล รองจาก จอลลิฟเฟ ที่ทำไว้ในปีนี้เช่นกัน

สำหรับ จอลลิฟเฟ และ เปเรซ ลงแข่ง “แบดวอเตอร์” ครั้งแรก แต่ทั้งคู่ก็ช่ำชองในการแข่งสุดอึด จอลลิฟเฟ แชมป์อัลตรามาราธอนหลายรายการ ส่วน เปเรซ เคยเป็นแชมป์วิ่งชิงแชมป์โลก 24 ชั่วโมง รุ่น W40

“แบดวอเตอร์” แต่ละปี จะรับสมัครนักวิ่งราว 100 คนเท่านั้น (ปีนี้มี 98 คน จาก 21 ประเทศ ชาย 70-หญิง 28) นักวิ่งต้องเคยผ่านการวิ่ง 100 ไมล์ (161 กม.) อย่างน้อย 3 สนาม รวมถึงพิจารณาประวัติส่วนตัว, กฎบังคับนักวิ่งทุกคนต้องมีรถยนต์ประจำตัว 1 คันให้ทีมสนับสนุนส่วนตัว ดูแลใกล้ชิด เพราะเส้นทางวิ่งอันตรายมาก ส่วนรางวัลนั้น ไม่มีเงินให้ มีแต่ “หัวเข็มขัด” ไปให้ครอบครอง เป็นความภูมิใจ

ส่วนชื่อการแข่งขัน ตั้งตามสถานที่ปล่อยตัว “แบดวอเตอร์ เบซิน” (Badwater Basin) ที่มีบ่อน้ำพุธรรมชาติรสชาติเค็มจัด รายการนี้จัดมาแล้วเกือบ 40 ปี (เริ่มต้นปี 1987).

ภาพจาก : Badwater