สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่า ที่ประชุมกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ หรือโปลิตบูโร ออกแถลงการณ์ ยอมรับว่าเศรษฐกิจของจีนกำลังเผชิญ “ความยากลำบากและความท้าทาย”


ทั้งนี้ โปลิตบูโรซึ่งเป็นองค์กรสุงสุดในการกำหนดนโยบายของจีน ให้คำมั่นจะเร่งการใช้จ่ายภาครัฐและออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หลังเศรษฐกิจไตรมาสที่สองชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยขยายตัวเพียง 4.3% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตต่ำที่สุดในรอบกว่า 3 ปี และต่ำกว่ากรอบเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 4.5-5.0%


ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังให้คำมั่นว่า จะเพิ่มความพยายามในการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ แม้ยังไม่ได้เปิดเผยมาตรการที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม จีนยังมีข้อจำกัดในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เนื่องจากรัฐบาลต้องการควบคุมปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้เกิดภาวะเงินฝืด รวมถึงต้องการให้รัฐบาลท้องถิ่นที่มีภาระหนี้สูงรักษาวินัยด้านการใช้จ่าย


นอกจากนี้ ที่ประชุมโปลิตบูโรส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าจัดการกับการแข่งขันแบบ “อินโวลูชัน” อย่างครอบคลุม ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกการแข่งขันด้านราคาของผู้ผลิตที่แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจนกระทบต่อผลกำไร และระบุว่า จีนจำเป็นต้อง “เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ” เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป


ด้านนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่า การเร่งดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณไว้แล้ว จะช่วยประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงหลายเดือนข้างหน้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องขยายการขาดดุลงบประมาณ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS