สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่า ที่ประชุมกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ หรือโปลิตบูโร ออกแถลงการณ์ ยอมรับว่าเศรษฐกิจของจีนกำลังเผชิญ “ความยากลำบากและความท้าทาย”
ทั้งนี้ โปลิตบูโรซึ่งเป็นองค์กรสุงสุดในการกำหนดนโยบายของจีน ให้คำมั่นจะเร่งการใช้จ่ายภาครัฐและออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หลังเศรษฐกิจไตรมาสที่สองชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยขยายตัวเพียง 4.3% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตต่ำที่สุดในรอบกว่า 3 ปี และต่ำกว่ากรอบเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 4.5-5.0%
China's Politburo put trade balance into its second-half economic priorities today, alongside a push on services trade
— Xiaofei Xu (@XIAOFEIXU) July 30, 2026
The meeting, chaired by Xi Jinping, called for "more balanced trade development" and "mutually beneficial international economic and trade cooperation" pic.twitter.com/FWcuxbtxQT
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังให้คำมั่นว่า จะเพิ่มความพยายามในการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ แม้ยังไม่ได้เปิดเผยมาตรการที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม จีนยังมีข้อจำกัดในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เนื่องจากรัฐบาลต้องการควบคุมปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้เกิดภาวะเงินฝืด รวมถึงต้องการให้รัฐบาลท้องถิ่นที่มีภาระหนี้สูงรักษาวินัยด้านการใช้จ่าย
นอกจากนี้ ที่ประชุมโปลิตบูโรส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าจัดการกับการแข่งขันแบบ “อินโวลูชัน” อย่างครอบคลุม ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกการแข่งขันด้านราคาของผู้ผลิตที่แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจนกระทบต่อผลกำไร และระบุว่า จีนจำเป็นต้อง “เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ” เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ด้านนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่า การเร่งดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณไว้แล้ว จะช่วยประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงหลายเดือนข้างหน้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องขยายการขาดดุลงบประมาณ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



