นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ในฐานะกรรมการ ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) ว่าได้เสนอให้ยกระดับเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการปฏิบัติราชการ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐให้ความสำคัญและดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง โดยกระทรวงดีอี จะหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) เพื่อพิจารณากำหนดตัวชี้วัด (เคพีไอ) ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับหน่วยงานของรัฐ และจัดทำข้อเสนอเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี( ครม.)กำหนดเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนต่อไป เพื่อให้การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นความรับผิดชอบในระดับองค์กร มีผู้บริหารกำกับติดตาม และสามารถวัดผลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบระบบสารสนเทศ ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต การบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้งานและบัญชีสิทธิ์ระดับสูง การแบ่งแยกเครือข่าย การสำรองข้อมูลตามหลักสากล รวมถึงการทดสอบแผนกู้คืนระบบ เพื่อสร้างความพร้อมในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง พร้อมกำหนดแนวทางกำกับดูแลการใช้งาน เอไอ เอเจนท์ ภายในองค์กรให้เป็นไปอย่างปลอดภัย โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ไทยเซิร์ต) และ ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ในอุตสาหกรรมต่างๆ ( เซกเตอร์รัล เซิร์ต ) ร่วมกันพัฒนาสถานการณ์ฝึกซ้อมการรับมือการโจมตีที่ใช้ เอไอ เอเจนท์ เพื่อทดสอบกระบวนการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน การประสานงาน และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ พร้อมติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความพร้อมของประเทศในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของประเทศในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุด พบว่า เอไอ เอเจนท์ มีศักยภาพในการช่วยสำรวจระบบ วิเคราะห์ช่องโหว่ ค้นหาเป้าหมาย และดำเนินการโจมตีได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่งผลให้รูปแบบการโจมตีมีความซับซ้อนและสร้างความเสียหายได้ในวงกว้าง ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ยกระดับการเฝ้าระวัง ตรวจจับ และตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ



