สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ว่ากระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ว่า ผู้แทนจาก 43 ประเทศ และสหภาพยุโรป ( อียู ) เข้าร่วมการประชุมนานาชาติ เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอจัดตั้ง กองกำลังความร่วมมือป้องกันทางทะเลพหุภาคี เพื่อปกป้องการเดินเรือระหว่างประเทศและเส้นทางลำเลียงพลังงานในภูมิภาคทะเลแดง
ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียจะทำหน้าที่ในฐานะประเทศผู้ก่อตั้ง ผู้นำ และเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของกองกำลังดังกล่าว ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล คุ้มครองเสรีภาพในการเดินเรือ รักษาความปลอดภัยของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศและเส้นทางลำเลียงพลังงาน ตลอดจนปกป้องผลประโยชน์ร่วมกันใน ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ และ อ่าวเอเดน
Saudi Arabia discusses with military representatives of 43 countries the formation of a multinational alliance charged with protecting maritime navigation, hoping to counter the Houthi blockade on the kingdom https://t.co/1imY6gJ62i
— Bloomberg (@business) July 31, 2026
อย่างไรก็ตาม ในบรรดาสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ ( จีซีซี ) ทั้ง 6 ประเทศ ไม่ปรากฏชื่อของโอมานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) ในรายชื่อประเทศที่ร่วมสนับสนุน
ทั้งนี้ กลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา และอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีเรือที่มีความเชื่อมโยงกับซาอุดีอาระเบียหลายครั้ง ขณะที่ซาอุดีอาระเบียตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายหลายแห่งในเยเมน
ความตึงเครียดในทะเลแดงถือเป็นสมรภูมิแนวล่าสุดของสงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยการโจมตีเรือสินค้าได้ขยายวงจากอ่าวเปอร์เซียมาสู่ทะเลแดง และส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเชื่อมทะเลแดงตอนใต้กับอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย ถือเป็นหนึ่งในจุดคอขวดทางทะเล ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการค้าโลกและการขนส่งพลังงาน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



