นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ออกคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 2/2569 เพื่อทำมาตรการเข้ม ยกระดับความโปร่งใสในการจดทะเบียนนิติบุคคล ป้องกันไม่ให้ขบวนการอำพรางสิทธิถือหุ้นและอำนาจบริหารเข้ามาครอบงำระบบเศรษฐกิจ โดยมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้:

  • เอกสารที่ต้องยื่นเพิ่ม: กรณีมีคนต่างด้าวร่วมลงทุน หรือมีอำนาจลงนาม ต้องยื่น หนังสือชี้แจงการลงทุน
  • ส่องเส้นทางการเงิน: ต้องแนบ Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน ของทั้งผู้ลงทุนชาวไทยที่ชำระเงินลงทุน และของผู้แทนหรือนิติบุคคลที่รับชำระเงิน
  • คุมเข้มตลอดวงจร: ขยายการตรวจสอบจากเดิมที่ตรวจเฉพาะ ขั้นตอนจัดตั้ง ให้ครอบคลุมไปถึง ขั้นตอนการยื่นจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม ทั้งหมด

ที่ผ่านมากลุ่มมิจฉาชีพได้พัฒนารูปแบบการหลบเลี่ยง โดยมักจะจัดตั้งนิติบุคคลให้ตรงตามเงื่อนไขเพื่อผ่านการคัดกรองในเบื้องต้นก่อน จากนั้นจึงค่อยมา “ยื่นจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในภายหลัง” เพื่อดึงคนต่างชาติเข้ามาร่วมถือหุ้นหรือเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ

สถิตินิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงในไทย จากนิติบุคคลคงอยู่ทั้งหมด 1,004,558 ราย พบว่ามีบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 0.01%-49.99% (ซึ่งทำให้บริษัทยังคงสถานะเป็นนิติบุคคลไทย) สูงถึง 119,116 ราย ที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงนอมินี

การฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษเด็ดขาดทั้งจำและปรับ โดยทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และ DSI:

  • ความผิดฐานนอมินี (มาตรา 36): จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ต่างด้าวแอบอ้างประกอบธุรกิจ (มาตรา 37): รับโทษอัตราเดียวกัน และศาลจะสั่งให้ เลิกประกอบธุรกิจทันที

“ขอฝากถึงคนไทยที่มีพฤติกรรมช่วยเหลือ หรือสนับสนุนต่างชาติกระทำความผิดในลักษณะนอมินี ขอให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว และขอให้เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ”