สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองฮัมบัวร์ก ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ลดลงใกล้แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากคลื่นความร้อนและสภาพอากาศแห้งแล้งที่ยาวนาน แม้เรือบรรทุกสินค้ายังคงสามารถเดินเรือได้ แต่ต้องลดปริมาณการบรรทุกลงอย่างมาก
สำนักงานการเดินเรือภายในประเทศของเยอรมนี (ดับเบิลยูเอสวี) รายงานว่า ระดับน้ำที่สามารถเดินเรือได้บริเวณเมืองเคาบ์ ใกล้เมืองโคเบลนซ์ ซึ่งเป็นจุดคอขวดสำคัญของแม่น้ำไรน์ ลดลงเหลือประมาณ 25 เซนติเมตร เมื่อวันศุกร์ที่ 31 ก.ค. เท่ากับสถิติต่ำสุดเดิมเมื่อปี 2561 และคาดว่าอาจลดลงเหลือเพียง 24 เซนติเมตร ในวันที่ 2 ส.ค. นี้ ซึ่งจะเป็นระดับต่ำสุดครั้งใหม่
Rhine drought strands ships and forces German production shutdowns https://t.co/BugLDN6E6u
— FT Economics (@fteconomics) July 31, 2026
ระดับน้ำที่ตื้นจากสภาพอากาศร้อนจัดและฝนที่ตกน้อย ทำให้เรือบรรทุกสินค้าหลายลำสามารถบรรทุกสินค้าได้เพียงประมาณ 20% ของความจุ ส่งผลให้ต้องกระจายสินค้าไปยังเรือหลายลำ และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ส่งสินค้า ทำให้ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้นอย่างมาก
ผู้ค้าสินค้าโภคภัณฑ์ระบุว่า แม้เรือยังสามารถบรรทุกสินค้าได้ราว 250 ตัน เพื่อแล่นผ่านจุดเคาบ์ แต่เมื่อปริมาณบรรทุกลดลงมากเกินไป การเดินเรืออาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ อีกทั้งเจ้าของเรือยังกังวลว่าระดับน้ำที่ตื้น อาจสร้างความเสียหายแก่ตัวเรือ
นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีกำลังเผชิญต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนมากต้องหันไปใช้การขนส่งทางถนนและทางรถไฟแทน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเช่นกัน
ข้อมูลจากผู้ค้าระบุว่า ค่าขนส่งสินค้าทางเรือบรรทุกน้ำมันจากเมืองรอตเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ไปยังเมืองคาร์ลสรูเฮอของเยอรมนี เพิ่มขึ้นเป็นราว 150-155 ยูโรต่อตัน (ประมาณ 5,764-5,956.18 บาท) จากเพียง 45 ยูโรต่อตัน (ประมาณ 1,729.21 บาท) เมื่อปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ แม่น้ำไรน์เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญของยุโรป สำหรับสินค้าเกษตร แร่ ถ่านหิน น้ำมัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยในช่วงฤดูร้อนปี 2565 เยอรมนีเคยเผชิญปัญหาห่วงโซ่อุปทานและการผลิตหยุดชะงัก จากระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ที่ลดลงอย่างรุนแรงจากภัยแล้ง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



