เมื่อวันที่ 27 ส.ค. นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ขออธิบายให้เคลียร์ตรงกัน iLaw เปิดเอกสาร สว.3 ของผู้สมัคร สว. ระดับอำเภอจำนวนมาก เพื่อให้เห็นความผิดปกติ เพื่อให้เห็นความแปลกประหลาดในการเลือก สว. โดยเน้นที่ กลุ่มคนที่เขียนประวัติเขียนอาชีพไม่ตรงกลุ่มที่สมัคร โดยการเปิดข้อมูลเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ

1) ให้เห็นว่า ในกระบวนการรับสมัครปี 2567 กกต. ไม่มีการตรวจสอบ หละหลวมหรือแทบจะจงใจไม่ตรวจสอบอะไรเลย ภาษากฎหมายเรียกได้ว่า ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

2) ให้เห็นว่า ผู้สมัครที่ดูสมัครผิดกลุ่มทั้งหลาย หรือดูไม่ตั้งใจเขียนประวัติอะไรเลย ดูไม่ได้อยากสมัครเพื่อจะเข้ารอบจริงๆ มีโอกาสในการลงคะแนนให้หลายคนที่สุดท้ายได้รับเลือกเป็น สว. อยากให้เห็นว่าที่มาของพวกเขาไม่ได้บริสุทธิ์ โปร่งใส

3) ให้เห็นว่า ผู้สมัครที่ดูสมัครผิดกลุ่มทั้งหลาย จำนวนมากอยู่ในพื้นที่อิทธิพล เป็นจังหวัดและอำเภอสำคัญๆ ที่สีน้ำเงินเข้มๆ เช่น บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ สตูล อ่างทอง ฯลฯ และอื่นๆ ที่ยังดูไม่หมด และอยากเชิญชวนประชาชนทุกคนไปดูไปค้นกันต่อเองด้วย

เราไม่มีเจตนา ที่จะดูถูกอาชีพ หรือประวัติการทำงาน เราเชื่อและอยากเห็นตัวแทนของคนหลากหลาย คนยากจน การศึกษาน้อย เกษตรกรตัวจริง คนที่ไม่ต้องเป็นใหญ่เป็นโตอะไรมาก่อน ได้เป็นตัวแทนเข้าไปตัดสินใจในรัฐสภา ถ้าพวกเขาต้องการอยากจะเข้าไปจริงๆ ไม่ใช่เพราะว่าถูกเกณฑ์มาสมัครตามที่มีใครสั่งมา

ทั้งหมดที่ทำ เป็นไปเพื่อให้เห็นปัญหาของระบบการเลือก สว. ว่าเป็นระบบแบ่งกลุ่มอาชีพ แบ่งเขตจังหวัด อำเภอ ที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และไม่ควรต้องเลือกแบบนี้อีกแล้ว ให้เห็นปัญหาการทำงานของ กกต. และให้เห็นว่า สว. ชุดนี้ไม่มีความชอบธรรมใดๆ

นายยิ่งชีพ ระบุว่า เราไม่มีเจตนาอยากให้ชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อย ที่ถูกเกณฑ์กันมาไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่อย่างไร จะต้องถูกดำเนินคดีและติดคุก อันนั้นไม่แก้ปัญหาใดในเชิงระบบ แต่คนเหล่านี้ที่รู้อยู่แล้วว่า ตัวเองกำลังสมัครผิดกลุ่มเพื่อมาโหวตนาย อย่างน้อยควรโดนตัดสิทธิการสมัครรับเลือกเป็นตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ หรือถ้าใครจะกลับใจเอาข้อเท็จจริงในกระบวนการออกมาแฉว่า ใครจ้างมา จ้างเท่าไร ตัวใหญ่เป็นใคร ก็กันไว้เป็นพยานไม่ต้องดำเนินคดีก็ได้

ที่สำคัญ ที่อยากให้คนเห็น และอยากให้ กกต. เห็น คือ คนเหล่านี้ได้สมัครและเข้าไปโหวตแล้ว ระดับอำเภอหนึ่งคนอาจโหวตได้ 6 โหวต ถ้าไปถึงรอบสุดท้ายระดับประเทศ คนหนึ่งคนอาจโหวตได้ 42 โหวต วันนี้ กกต. บอกว่ามีคนสมัครผิดกลุ่มไปเกือบ 2,000 คน แปลว่ามีการโหวตในระบบที่ไม่ควรเกิดขึ้นเป็นหมื่นโหวต และมันเกิดไปแล้ว เอากลับไม่ได้ สว. ชุดนี้จึงมีที่มาจากการโหวตที่มันไม่ถูกต้อง ไม่ปกติ

เมื่อทราบทั้งหมดนี้แล้ว เอาจริง กกต. ไม่ควรรับรองผลการเลือก สว. ตั้งแต่แรกเลย แต่ก็ไม่ทันแล้วพวกเขาทำงานไปนานแล้ว ขั้นต่ำ กกต. จึงควรสั่งฟ้อง สว. ที่นั่งอยู่ในตำแหน่ง สั่งฟ้องคนในขบวนการจัดหาผู้สมัครมาโกงเลือก สว. มากกว่าการฟ้องตัวเล็กตัวน้อยเพียงไม่กี่คนเพื่อลดกระแส การจะเอาชาวบ้านไปติดคุกแล้วปล่อยให้ “นาย” ของพวกเขาลอยนวลไปโหวตยึดประเทศอยู่ในสภา แบบนี้ไม่ช่วยอะไรครับ