เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมนมไทยอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ความมั่นคงทางอาหาร และการลงทุนด้านโภชนาการของเด็กและเยาวชน ซึ่งมาตรการสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังผลักดัน และเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)คือ การขยายโครงการนมโรงเรียน ให้ครอบคลุมถึงนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็กไทยเข้าถึงนมคุณภาพ พร้อมทั้งช่วยดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกินในระบบได้มากกว่า 90 ตันต่อวัน

ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ นอกจากการขยายโครงการนมโรงเรียนแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ให้กลับมาเป็นกลไกหลักในการสร้างเสถียรภาพอุตสาหกรรมนมไทย โดยเร่งปรับปรุงระบบบริหารจัดการนมค้างสต็อก บริหารโควตา เพิ่มช่องทางการตลาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์นมรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับน้ำนมดิบ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมนมไทยในระยะยาว ทั้งนี้ รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำนมดิบของประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดปัญหานมส่วนเกิน สร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร และทำให้โครงการนมโรงเรียนสามารถสร้างประโยชน์แก่เด็กไทยได้อย่างเต็มศักยภาพ.