ยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามามีบทบาทกับชีวิตพวกเราแบบ 360 องศาแต่ในโลกธุรกิจนั้น AI กำลังเป็นทั้ง ‘มิตรแท้’ และ ‘ศัตรูตัวร้าย’ ในเวลาเดียวกัน!
สิ่งสำคัญสำหรับองค์กรธุรกิจ คือ ต้องรีบปรับตัวรับมือภัยไซเบอร์ยุค AI เพราะแค่”ป้องกัน” อย่างเดียว… อาจไม่เพียงพอให้องค์กรอยู่รอดได้อีกต่อไป
โดยข้อมูลจาก World Economic Forum พบว่า 72% ขององค์กรทั่วโลก มองความเสี่ยงไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ 71% ของผู้บริหารสายบริหารความเสี่ยง เชื่อตรงกันว่า ภัยไซเบอร์จะกระทบการดำเนินธุรกิจโดยตรง!

สะท้อนว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆแต่เป็นความเสี่ยงระดับชาติที่ผู้บริหารต้องรับมือให้ได้เร็วไม่เช่นนั้นจะเป็นบทเรียนราคาแพงอย่างเหตุการณ์ระบบไอทีล่มระดับโลกจากกรณี CrowdStrike ในปี 67 ที่ทำเอาสายการบินโรงพยาบาลและธนาคารเกิดการให้บริหารอัมพาตไปตามๆกัน
ถือเป็นสิ่งเป็นหลักฐานยืนยันได้อย่างดี ว่า ความเสียหายไม่ได้เกิดแค่ตอนถูกแฮก แต่เกิดจากการที่องค์กร “กู้คืนระบบได้ช้าเกินไป”
บริษัทซินโนโลจี้จำกัด (Synology) ระบุว่ามาตรฐาน ISO 27001 กำลังเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงใบรับรองด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลไปสู่ “รากฐานของ Cyber Resilience” หรือความสามารถขององค์กรในการรับมือฟื้นตัวและกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเกิดเหตุการณ์ไซเบอร์
“รหัท บุญตันจีน” ผู้จัดการประจำประเทศไทยบริษัทซินโนโลจี้จำกัดบอกว่า ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญภัยคุกคามไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการโจมตีที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือ ทำให้ผู้บริหารต้องเปลี่ยนแนวคิดจากการป้องกันการโจมตีเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างความพร้อมในการรับมือและฟื้นตัวเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

“ISO 27001 ไม่ได้เป็นเพียงมาตรฐานเพื่อขอการรับรองอีกต่อไปแต่กำลังกลายเป็นกรอบสำคัญในการบริหารความเสี่ยงขององค์กรเชื่อมโยงการกำกับดูแลข้อมูลการบริหารความเสี่ยงและการสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจเข้าด้วยกัน”
ทั้งนี้ AI Agent ถือเป็นความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่องค์กรต้องเตรียมรับมือ การเข้าสู่ยุค AI Agent หรือระบบ AI ที่สามารถวิเคราะห์ ตัดสินใจ และดำเนินงานได้ด้วยตนเอง เช่น การอนุมัติธุรกรรม การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการบริหารกระบวนการทำงานบางส่วน กำลังสร้างความท้าทายด้านความมั่นคงปลอดภัยรูปแบบใหม่ๆ ที่ถือเป็นภัยคุกคามที่ต้องเตรียมรับมือ
ผู้บริหาร ของ ซินโนโลจี้ บอกอีกว่า หากไม่มีการกำหนดสิทธิ์และควบคุมการเข้าถึงข้อมูลอย่างเหมาะสม AI อาจเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ใช้ข้อมูลที่ผิดพลาด หรือดำเนินการที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้

ด้วยเหตุนี้ องค์กรจึงควรมอง AI Agent เป็น “ผู้ใช้งานรูปแบบใหม่” ที่ต้องได้รับการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบการใช้งาน และมีแผนรองรับเมื่อเกิดข้อผิดพลาด ตามแนวทางของมาตรฐาน ISO 27001
ทั้งนี้การกู้คืนระบบได้เร็ว คือ” หัวใจสำคัญของ Cyber Resilience” แม้องค์กรจำนวนมากจะได้รับการรับรอง ISO 27001 แล้ว แต่ยังพบช่องว่างสำคัญ คือ การกู้คืนระบบเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง ปัญหาที่พบได้บ่อย ได้แก่ ระบบสำรองข้อมูลเชื่อมต่อกับระบบหลักจนถูกโจมตีไปพร้อมกัน ไม่มีการทดสอบการกู้คืนข้อมูลเป็นประจำ หรือใช้เวลาฟื้นฟูระบบนานเกินกว่าที่ธุรกิจยอมรับได้ ส่งผลให้การดำเนินงานหยุดชะงักและสร้างความเสียหายทางธุรกิจ
สิ่งสำคัญที่จะทำให้รอดพื้นจากความเสียหายนั้น องค์กรควรให้ความสำคัญกับ 4 แนวทาง ได้แก่
1.การสำรองข้อมูลที่ไม่สามารถแก้ไขหรือลบได้ (Immutable Backup) เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำรองถูกเปลี่ยนแปลง
2. การแยกข้อมูลสำรองออกจากระบบหลัก (Air-gapped Protection) ลดความเสี่ยงที่ข้อมูลสำรองจะถูกโจมตีพร้อมกับระบบหลัก

3.การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลสำรอง (Integrity Verification) เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถนำข้อมูลกลับมาใช้งานได้จริง
4.การทดสอบการกู้คืนระบบอย่างสม่ำเสมอ (Active Testing) เพื่อสร้างความมั่นใจว่าองค์กรสามารถฟื้นฟูระบบได้ทันเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง
ในยุคที่ AI และภัยไซเบอร์มีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น องค์กรควรเปลี่ยนมุมมองต่อ ISO 27001 จากการเป็นเพียง “ใบรับรองมาตรฐาน” ไปสู่ เครื่องมือบริหารความเสี่ยงและสร้างความพร้อมในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญต่อไปในอนาคต ความสามารถในการปกป้องข้อมูลและกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็ว จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่น ความได้เปรียบในการแข่งขัน และความอยู่รอดขององค์กรในยุค AI
Cyber Daily



