เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 1 ส.ค. ที่ ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะประชาชน ณ แปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ บ้านท่านางเริง โดยนายกฯ เดินทางด้วยรถโตโยต้าอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน กบ 5665 สุพรรณบุรี โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม นายประภัตร โพธสุธน นายสรชัด สุจิตต์ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และนายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย นายศุภโชค ศรีสุขขจร นายพาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ พ.อ.สุขชาต สะสมทรัพย์ และนายอนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม พรรคภูมิใจไทย และนายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย รวมถึงนายอุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี มาให้การต้อนรับ

เมื่อเดินทางถึง นายกฯ รับฟังบรรยายสรุปโครงการส่งเสริมการเกษตรแปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ บ้านท่านางเริง ก่อนพบปะประชาชน โดยนายกฯ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณที่ท่านได้มาให้การต้อนรับในฐานะที่เดินทางมาเพื่อมาดูแปลงนาสาธิตที่นายประภัตร ผู้แทนราษฎรของท่านตลอดกาล ขอให้ตนได้มาเห็นกับตาตัวเอง ไม่ฟังจากการอภิปรายของ สส. ในสภาผู้แทนราษฎร หรือในที่ประชุม เพราะท่านต้องการให้ตนมีความเข้าใจในระบบการทำงานของประเทศไทยว่าพี่น้องชาวนาที่ถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติทำงานกันอย่างหนัก สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล ความประสงค์ของนายประภัตร คือต้องการให้รายได้ตกอยู่กับพี่น้องได้มากที่สุด ซึ่งตรงกับความประสงค์ของรัฐบาล ความประสงค์ของตนไม่ใช่ว่าทำแล้ว ผลผลิตที่ออกมาจากหยาดเหงื่อแรงกายของประชาชนของชาวนาออกมา กำไรส่วนใหญ่ไปอยู่กับพ่อค้าคนกลาง นายทุนและคนขาย ในขณะที่คนผลิตมีรายได้ไม่คุ้มค่ากับพลังและแรงที่ทุกคนทุ่มเทลงไป ทั้งนี้ถือว่ารัฐบาลต้องให้ความสำคัญอย่างที่สุด รัฐบาลต้องการย้ำว่ารายได้ส่วนใหญ่ตกอยู่กับพี่น้องชาวไร่ชาวนาเกษตรกรทุกคนที่ถือว่าเป็นต้นตอของการผลิตสินค้าทางการเกษตรทั้งหลายโดยเฉพาะข้าว ดังนั้นในประเทศไทยคนที่รู้เรื่องข้าวเรื่องการปลูกข้าวดีที่สุดไม่เกิน 1 ใน 3 คือ นายประภัตร ใครจะพูดอะไรก็แล้ว แต่ตนให้ความเชื่อมั่นในข้อมูลนายประภัตร ท่านเคยเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ตนใส่ขาสั้น ปีนี้ตนเข้าแซยิดแล้ว ถ้ารับราชการก็เกษียณเดือน ก.ย. นี้ แล้วตนเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ของท่านด้วยความทุ่มเทของท่านด้วยความรักต่อแผ่นดินเกิด ถามว่าท่านมีความจำเป็นอะไรไหมด้วยอายุด้วยวัยด้วยสถานะต่างๆ ของท่าน สามารถอยู่บ้านมีความสุขเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ได้ แต่ท่านเลือกที่จะทำ ใช้วิถีชีวิตเช่นนั้น และเลือกที่จะเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนชาวสุพรรณบุรี โดยไม่มีคำว่าย่อท้อหรือเหน็ดเหนื่อยเลย

นายกฯ กล่าวว่า นี่คือเหตุผลที่วันนี้เป็นวันเกิดของท่าน ท่านเพิ่งมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยสมัยแรก จากนี้ไปวันที่ 1 ส.ค. ตนจะต้องล็อกวัน ไปไหนไม่ได้ต้องมาสุพรรณบุรี เพราะเป็นวันเกิดบุคคลสำคัญของตนและของพี่น้องประชาชน ประสบการณ์ความรู้ความทุ่มเทความเข้าใจในเรื่องนี้ของนายประภัตร ไม่เกิน 50 คนในประเทศไทย ที่รู้เรื่องมากขนาดนี้ รู้เรื่องและปฏิบัติได้ ไม่ใช่รู้เรื่องทฤษฎีแล้วมาพูดในเรื่องของทฤษฎีอย่างเดียว แต่ปฏิบัติไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่ท่านตั้งใจว่าตนจะต้องมา ตนถูกบังคับให้มา และตนถามนายวราวุธว่าถ้ามาแล้วเป็นยังไง กำหนดการเป็นยังไง ใครจะเป็นคนนำเสนอ นายวราวุธบอก พี่ครับ มางานอาประภัตร ออแกไนซ์ตกงานหมด อาประภัตรพูดคนเดียว วันนี้พี่น้องชาวสุพรรณบุรีมีความสำคัญกับตน นอกจากเป็นนายกฯ ทุกคนมีความสำคัญอยู่แล้วทั่วประเทศ แต่ที่สำคัญคือในฐานะความเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คือ ชาวสุพรรณบุรีตั้งใจยก สส. เกือบทั้งจังหวัดเหลือคนเดียว แต่ครั้งหน้าน่ามาทั้งจังหวัด มาแล้วก็มาทั้งจังหวัด เหลือคนเดียวมันทำงานไม่สะดวกคล่องแคล่ว ในทางการเมืองมันมีอะไรต่างๆ มากมาย แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเรามาเป็นรัฐบาลแล้ว เราต้องดูพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ได้ดูว่า สส. คนนี้มาจากพรรคไหน แต่ถ้า สส. มาจากจังหวัดพรรคเดียวกัน มันขับเคลื่อนอะไรได้เต็มที่มากกว่า ฉะนั้นไม่เป็นไร ได้ สส. 4 คน จาก 5 คน ก็ไม่รู้จะกล่าวขอบคุณพี่น้องชาวสุพรรณบุรียังไงแล้ว สำหรับการมาเสนอตัวครั้งแรกของพรรคภูมิใจไทยในจังหวัดสุพรรณบุรี

  

“ผมกับ สส. ในจังหวัดสุพรรณบุรี มีความสนิทสนม เป็นเหมือนพี่เหมือนน้องคลานตามกันมา มีบุคคลที่เราเคารพนับถือกับผู้ใหญ่สมัยที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ อยู่ ท่านดูถนนที่ อ.เดิมบางนางบวช ผมต้องบอกว่าคือตัวอย่างที่ดีมาก วางผังเมือง การวางระบบการคมนาคมขนส่งทำได้ทุกที่มีความสะดวก ประเทศไทยไม่ต้องกลัวใคร ประเทศไทยมีความเจริญ ซึ่งตอนนี้รัฐบาลกำลังทำอยู่ เรื่องระบบชลประทานก็เช่นกัน ถ้าวันนี้เราไม่จัดการน้ำ ก็จะจัดการไม่ได้ เพราะฉะนั้นในรัฐบาลของผม บอกให้พี่น้องรับทราบ ตนเคยคิดว่าสมัยที่ตนอยู่กระทรวงมหาดไทยอย่างเดียวไม่ได้เป็นนายกฯ มาดูน้ำท่วมมาดูภัยแล้งมาดูภัยพิบัติต่างๆ ทุกอย่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบชลประทานทั้งหมด ตนมาถึงจุดนี้แล้วไม่มีอะไรที่จะไปบอกว่านายกฯ ไม่สามารถอนุมัติได้ เพราะวันนี้ตัวเองเป็นนายกฯ แล้ว ผมให้คำสัญญากับพี่น้องว่าสิ่งที่ผมอยากเห็นคือ ต้องทำคือระบบชลประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคกลางที่ต้องรับน้ำจากภาคเหนือ ผมได้ให้ทำการศึกษาและงบประมาณต่างๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดป้องกันภัยจากธรรมชาติ โดยเฉพาะภัยน้ำท่วมที่เข้ามา เพราะพี่น้องทำนา ต้องป้องกันวางแผนให้ดี ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำซาก แต่ถ้าจะมีความเสียหาย ต้องมีความเสียหายที่น้อยที่สุด งบประมาณมีไปทำสิ่งเหล่านี้ แต่จะโทษใครไม่ได้ ขอให้พี่น้องเชื่อใจว่าผมจะต้องทำในเรื่องของระบบชลประทาน ให้การประกอบอาชีพของพี่น้องมีความสะดวกมากยิ่งขึ้นเท่าที่จะทำได้” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้มากันพร้อมหน้าพร้อมตากัน มาเป็นกันเอง ตั้งใจมาพบกับพี่น้องและมาอวยพรผู้ใหญ่ และนายประภัตร ท่านมีความเมตตากับตนมากตั้งแต่ตนเป็นนักการเมืองระดับเล็ก พี่น้องเลือกมาและได้ สส. ถึงแม้ว่าจะขาดไปคนหนึ่ง แต่ได้ตำแหน่งนายกฯ มา ถือเป็นตำแหน่งของคนสุพรรณบุรี และในสุพรรณบุรีถือเป็นพี่น้องกัน เรียกพี่น้องกันมาตลอด สุพรรณบุรีไม่ใช่มีนายบรรหารเป็นนายกฯ คนเดียว แต่มีอนุทินเป็นนายกฯ ด้วย โดยนายอนุทินได้พูดเป็นสำเนียงสุพรรณบุรีในช่วงกล่าวท่อนนี้ จากนั้นนายกฯ นั่งรถรางเยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ.