เมื่อเวลา 10.20 น.วันที่ 1 ส.ค. ที่สถานีรถไฟบางปะอิน ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ดร.สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกอบจ.พระนครศรีอยุธยา นายคงกฤช รามศักดิ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 4 พรรคภูมิใจไทย นางดวงเดือน สดแสงจันทร์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิธิ สืบพงษ์สังข์ นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเพื่อความทั่วถึงและเท่าเทียม (ATIT ) นายธนกฤต กิตติธรรมกูล ประธานสภาอุตาหกรรมท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางมาซื้อตั๋วเพื่อขึ้นรถไฟ Kiha 40-48 ซึ่งเป็นขบวนรถไฟปรับอากาศดีเซลราง เป็นรถไฟมือสองจากประเทศญี่ปุ่น ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยนำมาปรับปรุงใหม่ ให้บริการในเส้นทางชานเมือง โดยก่อนหน้านี้ได้ออกเดินทางทุกวัน และเริ่มออกให้บริการเสาร์อาทิตย์ในวันที่ 1 ส.ค.69 เป็นวันแรก เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว

โดยมีค่าโดยสารอยู่ที่ 30-50 บาท ซึ่งพบว่ามีผู้โดยสารในขบวน โบกี้เต็มทุกที่นั่งจนต้องยืน โดยเฉพาะนายสุรศักดิ์ พร้อมด้วยนายกอบจ.และผู้ติดตาม ได้ยืนกันมาในบริเวณโบกี้ที่ 1 ใกล้กับห้องคนขับ โดยมีลูกและหลานมาด้วย ซึ่งรถไฟขบวนนี้เดิมมีการให้บริการจันทร์-ศุกร์ วันละ 6 เที่ยว ตั้งแต่ 05.15 น.และเสาร์-อาทิตย์ ปรับให้บริการตั้งแต่ 9.05 น.บริการวันละ 4 เที่ยว ซึ่งในวันแรกของการเดินทางในวันหยุดได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีประชาชนทั้งนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารทั่วไปมาใช้บริการ โดยออกจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ มายังจ.พระนครศรีอยุธยา แวะที่สถานีบางปะอิน สถานีบ้านโพ และสถานีอยุธยา

นายสุรศักดิ์ ได้ลงที่สถานีรถไฟอยุธยา และทักทายผู้โดยสารทั้งไทยและต่างประเทศ โดยให้ความสนใจในการปรับปรุงทางลาดสำหรับวิลแชร์และคนตาบอก รวมทั้งสัญญานฉุกเฉินคนตาบอดหูหนวก และการปรับภูมิทัศน์บางส่วน รวมถึงการให้นายนิธิ สืบพงษ์สังข์ ได้ออกแบบเรื่องทางลาดและเก้าอี้สำหรับผู้สูงอายุโดยร่วมมือกับอาศรมศิลปทำการออกแบบ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังจะได้มีการติดตั้งสัญญานไปข้ามถนนสำหรับคนพิการและคนทั่วไปด้วย รมต.กระทรวงการท่องเที่ยวยังกล่าวด้วยว่า ดีใจที่เห็นนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอยุธยาโดยรถไฟมากขึ้น และเตรียมหารือกับการรถไฟแห่งประเทศไทยและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในการเพิ่มเที่ยวรถไฟวันหยุดและจัดกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวที่ลงบางปะอิน และลงในอยุธยา โดยจะมีรถซึ่งทาง อบจ.พระนครศรีอยุธยา เตรียมที่จะจัดให้มีเส้นทางท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่อไป





