เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวง อว.ได้ปรับแนวทางการดำเนินโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ(Skill/Credit Portfolio) ใหม่หลังจากคณะกรรมการปรับปรุงการดำเนินการโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ ซึ่งตนแต่งตั้งขึ้น โดยมีนายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมต่อเนื่องหลายครั้ง โดยมีมติให้ปรับปรุงขอบเขตการดำเนินงานและกรอบงบประมาณของโครงการให้สอดรับกับนโยบาย“ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์ หรือ Thailand²” ที่มุ่งพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อยกระดับผลิตภาพของอุตสาหกรรมเดิม (Upgrade Existing Engine) และการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New Growth Engine)
 
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางใหม่จะพัฒนาแพลตฟอร์ม Skill/Credit Portfolio ให้เป็นระบบนิเวศกลางด้านการยกระดับทักษะกำลังคนของประเทศ โดยแบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก

ส่วนที่ 1 เป็นระบบแกนกลางด้านข้อมูลผู้เรียนและทักษะของผู้เรียน (Core Engine) โดยในส่วนนี้ จะมอบหมายให้ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือ เนคเทค สวทช เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่ง เนคเทคได้ศึกษาและออกแบบสถาปัตยกรรมองค์กร(Enterprise Architecture Blueprint) ไว้ในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อที่จะให้เป็นระบบแกนกลางนี้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีมาตรฐาน มีประสิทธิภาพและรองรับการขยายผลในอนาคต

ส่วนที่ 2 เป็นตลาดกลางการเรียนรู้และบริการ (Open Learning and Employer Market Place) โดยจะทำเป็นระบบเปิด ที่จะให้สามารถนำชุดบทเรียนหรือคอร์สวิชา ที่มีคุณภาพและเป็นมาตรฐาน ทั้งที่เป็นชุดบทเรียนที่มีอยู่เดิม และที่จะพัฒนาขึ้นใหม่ ของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ National Digital Learning Platform (NDLP) ของกระทรวงศึกษาธิการ, E-Workforce Ecosystem (EWE) Platform ของสำนักงานคุณวุฒิวิชาชีพ และระบบ STEMPlus ของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ(สอวช.) รวมถึง ชุดความรู้ในอุตสาหกรรมใหม่จากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับ เช่น ด้านเซมิคอนดักเตอร์ AI อาหารแห่งอนาคต เข้ามาใน Market Place นี้ด้วย

ส่วนที่ 3 จะเป็นการพัฒนากลไกสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจให้ประชาชนพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากำลังคนมากยิ่งขึ้น

ส่วนที่ 4 มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมกับภาคเอกชน ทั้งในการออกแบบชุดวิชา การประเมินทักษะการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และ SMEs รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดธุรกิจใหม่ทางเทคโนโลยีด้านการศึกษา (Education Tech Startup) ที่ใช้ข้อมูลทักษะในระบบไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการเรียนรู้ใหม่ๆ

ทั้งนี้ โครงการกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี รองรับผู้ใช้งานมากกว่า 2.5 ล้านคน
 
“ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวง อว.ดำเนินการตามกระบวนการและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเห็นควรให้นำเสนอโครงการที่ปรับปรุงใหม่ต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อพิจารณาและเห็นชอบกรอบแนวทางใหม่ต่อไป” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวและว่า
 
การปรับโครงการ Skill/Credit Portfolio ในครั้งนี้ จะเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศด้านทุนมนุษย์ของประเทศให้สอดรับกับนโยบาย “ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์ หรือ Thailand²” ที่มุ่งสร้างคนไทยให้มีสมรรถนะสูง รองรับทั้งการยกระดับอุตสาหกรรมเดิมและการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านการเชื่อมโยงการเรียนรู้ การทำงาน และการพัฒนาทักษะตลอดช่วงชีวิต