สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ว่า กระทรวงคมนาคมรัสเซียออกแถลงการณ์ว่า เตรียมเพิ่มมาตรการคุ้มครองเรือสินค้าในพื้นที่ทะเลอาซอฟและทะเลดำ พร้อมเร่งพัฒนาเส้นทางขนส่งสินค้าอื่น เพื่อรองรับสถานการณ์การโจมตีทางทะเลระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้น
การดำเนินการดังกล่าวเป็นการตอบสนองต่อ “สถานการณ์ตึงเครียดในทะเลอาซอฟ จากการโจมตีเรือสินค้าโดยโดรนของฝ่ายศัตรู” พร้อมจัดตั้งคณะทำงานเพื่อค้นหาเส้นทางขนส่งใหม่ และปรับเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้าไปยังระบบขนส่งรูปแบบอื่น
กระทรวงคมนาคมรัสเซียยังระบุด้วยว่า ร่วมกับกระทรวงกลาโหม เพื่อดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเดินเรือ และคุ้มครองเรือสินค้าในพื้นที่ทะเลอาซอฟและทะเลดำ
RUSSIA IS TAKING MEASURES TO ENSURE SAFETY OF NAVIGATION AND PROTECTION OF SHIPS IN AZOV-BLACK SEA BASIN AMID DRONE ATTACKS – RIA CITES TRANSPORT MINISTRY
— CGTN Europe (@CGTNEurope) August 3, 2026
ทั้งนี้ รัสเซียซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดของโลก และยูเครนซึ่งเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายสำคัญ ต่างโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกสินค้าเกษตรและเรือพาณิชย์ของอีกฝ่ายในพื้นที่ทะเลดำอย่างต่อเนื่อง ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาข้าวสาลีในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
ขณะที่กลุ่มล็อบบี้อุตสาหกรรมธัญพืชรายใหญ่ของรัสเซียเตือนว่า การโจมตีเรือและท่าเรือของรัสเซียโดยโดรนของยูเครน อาจทำให้การส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำต้องหยุดชะงักในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะผลักดันราคาอาหารให้สูงขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหารในแอฟริกาและตะวันออกกลาง
ด้านสหภาพเกษตรกรรายใหญ่ที่สุดของยูเครนเตือนว่า การโจมตีเรือขนส่งบริเวณใกล้ท่าเรือโอเดสซาทางตอนใต้ของประเทศโดยรัสเซีย กำลังจำกัดการส่งออกสินค้าเกษตรในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวสำคัญ และอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณอาหารในตลาดโลก.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



