เมื่อวันที่ 4 ส.ค. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) กล่าวถึงความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเหตุให้ตำรวจ สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิต 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย คนร้ายได้รับบาดเจ็บและหลบหนี เหตุเกิดในพื้นที่สวนปาล์ม อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ว่า จากปฏิบัติการดังกล่าวได้ควบคุมตัวผู้ที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ 4 คน พร้อมของกลาง อาวุธปืน HK ซึ่งถอดประกอบอยู่ พร้อมแม็กกาซีนอีกจำนวนหนึ่ง โดยผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบของกลางอาวุธปืนและปลอกกระสุนเชื่อมโยงกับ ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และเป็นกลุ่มคนร้ายที่เชื่อมโยงกันกับกลุ่มที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 จากการสืบสวนทราบว่า มีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ จำนวน 14 ราย ซึ่งควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการซักถามแล้ว 11 ราย ยังหลบหนีอยู่ระหว่างติดตามตัว 3 ราย

ผบช.ภ.9 กล่าวว่า จากเหตุความรุนแรงในห้วงที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า มีนโยบายให้เพิ่มความเข้มในการควบคุมพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่ป่าภูเขา เนื่องจากพบว่าเป็นพื้นที่หลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และจากการกดดันของเจ้าหน้าที่ทำให้คนร้ายได้หลบหนีไปยังพื้นที่อื่นๆ จนนำมาสู่การบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้ สอดคล้องกับผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่ากรณีการยิงต่อสู้ตำรวจในพื้นที่ อ.ตากใบ คนร้ายเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ลงมาปฏิบัติการจากพื้นที่ภูเขา ขณะที่ตำรวจภูธรภาค 9 ได้ปฏิบัติตามนโยบายการควบคุมพื้นที่ และการป้องกันปราบปรามยาเสพติด จนนำมาสู่การปะทะ
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 11.48 น. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตากใบ 6 นาย ใช้รถยนต์ 2 คัน พร้อมตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติด ในพื้นที่ ตำบลไพรวัน อ.ตากใบ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจได้เดินทางกลับโดยใช้เส้นทางลัดภายในสวนปาล์ม เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีคนนั่งอยู่ข้างกระท่อมและมีรถยนต์กระบะสีขาวจอดรอบริเวณถนนในลักษณะผิดสังเกต เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่ค่อยมีผู้อาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดความสงสัยตามสัญชาตญาณจึงได้หยุดรถ โดยตำรวจ 3 นายเข้าไปตรวจสอบ อีก 3 นายลงจากรถเพื่อมาสังเกตการณ์และคุ้มกันอยู่บนถนนด้านหน้ากระท่อม จากนั้นหัวหน้าชุดได้เดินอ้อมไปทางด้านหลังกระท่อมระหว่างตรวจสอบได้ยินเสียงดังมาจากข้างในกระท่อม จึงได้สอบถามและจะเข้าไปตรวจสอบ จังหวะนั้นเองคนร้าย 2 ราย ได้ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงออกมาจากกระท่อม กระสุนถูก ด.ต.วิทยา ชายพรมแก้ว ผบ.หมู่ (ป) สภ.ตากใบ ซึ่งยืนคุ้มกันอยู่บนถนนเสียชีวิต คนร้ายได้วิ่งหลบหนีอ้อมไปทางด้านหลังกระท่อม จนมาพบกับ ร.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีขำ หัวหน้าชุด และ จ.ส.ต.อัมราน ฮะ ผบ.หมู่ (ป) สภ.ตากใบ จึงเกิดการยิงปะทะกันในระยะประชิด เป็นเหตุให้ จ.ส.ต.อัมรานฯ ถูกกระสุนปืนของคนร้ายเสียชีวิต ขณะที่ ร.ต.ท.กิตติพงษ์ฯ ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงต่อสู้กับคนร้าย ทำให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บ 2 ราย วิ่งหลบหนีไปทางป่าพรุด้านหลังสวนปาล์มพร้อมกับพวก

หลังการปะทะตำรวจ สภ.ตากใบ ได้ขอสนับสนุนกำลังเข้าพิสูจน์ทราบ ต่อมาได้สนธิกำลัง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ปิดล้อมป่าพรุด้านหลังที่เกิดเหตุ จากปฏิบัติการดังกล่าว ได้ควบคุมตัวผู้ที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ จำนวน 4 พร้อมของกลาง อาวุธปืน HK ซึ่งถอดประกอบอยู่ พร้อมแม็กกาซีนอีกจำนวนหนึ่ง ผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบของกลาง ประกอบด้วย ปลอกกระสุนปืนเล็กกล ขนาด 5.56 มม. จำนวน 18 ปลอก ปลอกกระสุนปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. จำนวน 21 ปลอก ปลอกกระสุนปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .32 จำนวน 1 ปลอก และอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบปลอกกระสุนปืนของกลางทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่าความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.จะแนะ และเชื่อมโยงกันกับกลุ่มที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบว่าคนร้ายอีกกลุ่มได้หลบหนีไปรักษาตัวในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ก่อนมีคนมารับพาหลบหนีไปยังพื้นที่ อ.จะแนะ โดยพบหลักฐานผ้ากอซ คราบเลือด และอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ประกอบกับพยานยืนยันมีคนร้าย 2 ราย มารักษาตัว ทราบชื่อ 1.นายอับดุลมูคลีส ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณนิ้วมือด้านขวา 2.นายสะหมาน ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณด้านหลัง แขนขวา และข้อเท้า
อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการบังคับใช้กฎหมายติดตามตัวอย่างใกล้ชิด ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ขณะเดียวกันพบมีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ 14 ราย ควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม 11 ราย และอยู่ระหว่างหลบหนี 3 ราย และจากการสอบสวนได้ชี้ว่าจากการปิดล้อมกดดันของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ อ.จะแนะ และ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้ 2 วันก่อนเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายหลบหนีมาพักอยู่บริเวณกระท่อมในสวนปาล์ม ซึ่งปกติไม่มีคนอาศัย ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผู้ให้ที่ให้ที่พักพิง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ให้การช่วยเหลือจะมีความผิด และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย

ผบช.ภ.9 กล่าวอีกว่า ขอสดุดีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตากใบ ที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและมีจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจ พร้อมเน้นย้ำให้มีการปรับยุทธวิธีให้เหมาะกับสถานการณ์และพื้นที่ และจะสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มเติมให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต่อไป และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนหากพบเห็น หรือมีเบาะแสของคนร้าย สามารถแจ้งไปยังสถานีตำรวจใกล้บ้านท่าน และทางหมายเลขโทรศัพท์ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



