หลังจากที่เกิดประเด็นผู้อพยพจำนวนมากจากโมร็อกและชาติอื่นๆ จากแอฟริกา หลั่งไหลเข้าไปในเมืองเซวตาของสเปน เพื่อวาดฝันที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในยุโรป เมื่อสัปดาห์ก่อน
ในแวดวงกีฬาก็มีเหตุการณ์คล้ายคลึงกันนี้เกิดขึ้นเช่นกัน
ในกีฬาคอมมอนเวลธ์ เกมส์ ซึ่งเป็นกีฬาเครือจักรภพ ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ ที่เพิ่งปิดฉากลงไป ก็ปรากฏว่า นักกีฬาจำนวนมากที่เข้ามาแข่งขัน แต่เมื่อถึงวันกลับ กลับไม่ยอมกลับ
เรื่องนี้ตำรวจสกอตแลนด์กล่าวว่า ได้รับรายงานเกี่ยวกับนักกีฬาหลายคนที่หายไปเฉยๆ ไม่ทราบชะตากรรม
NBS Sport รายงานว่า สมาชิก 4 คนของทีมมวยยูกันดา ประกอบด้วย นูฮู แบตเต, อังเคล คาทูชาเบ, อิบราฮิม เคมิส และ เอมิลี นากาเลมา ไม่ได้เดินทางมาขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน โดยสมาชิกคนหนึ่งในทีมบอกกับนักข่าวจะขอลี้ภัยในสกอตแลนด์ โดยให้เหตุผลว่า อยู่สกอตแลนด์ น่าจะมีชีวิตที่ดีกว่าบ้านเกิดของตัวเอง

เช่นเดียวกับ Pakistan Today รายงานว่า นักมวย คูดราทูลลาห์ ไม่ได้เดินทางกลับปากีสถานพร้อมเพื่อนร่วมทีม แม้เจ้าหน้าที่พยายามค้นหา แต่เจ้าตัวก็หายสาบสูญไปดื้อๆ
ที่จริงแล้วการที่นักกีฬาหายตัวไปในกีฬาเครือจักรภพ ไม่ใช่เรื่องใหม่
ในปี 2014 ที่เคยจัดขึ้นในกลาสโกว์เช่นกัน ครั้งนั้นก็มีนักกีฬาหลายสิบคนหายตัวไปเฉยๆ ส่วนบางคนก็ทำเรื่องขอลี้ภัย
หรือในปี 2018 ในการแข่งขันที่โกลด์โคสต์ ประเทศออสเตรเลีย ก็ปรากฏว่า มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่พร้อมใจกันหายตัวมากถึง 50 คน และมีอีก 190 คน ยื่นวีซ่าขอสถานะผู้ลี้ภัย
ส่วนใหญ่วางแผนกันมาดิบดีมาแต่แรกว่าจะมาขอลองใช้ชีวิตใหม่ที่ออสเตรเลีย
ที่สกอตแลนด์รายงานระบุว่า ทางการทราบถึงปัญหานี้ดี แต่ไม่สามารถจับตาดูได้นักกีฬาที่มาแข่งขันมากกว่า 3 พันคน จาก 74 ประเทศได้ทั้งหมด
การหนีเป็นผีน้อย นอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่บางคนจะกระทำความผิดร้ายแรงด้วย
อย่างในปี 2014 นักรักบี้ชาวยูกันดา 2 คน หายตัวหลังจากการแข่งขันสิ้นสุด และต่อมาพบว่ากำลังเล่นรักบี้ให้กับทีมเล็กๆ ทีมหนึ่งในคาร์ดิฟฟ์
เรื่องมันคงไม่ร้ายแรง ถ้าไม่ใช่ว่าหนึ่งในนั้นคือ ฟิลิป ปาริโย ก่อคดีข่มขืนผู้หญิง จนถูกจำคุกเป็นเวลาสี่ปีครึ่ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่าจะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่ละเมิดกฎหมายคนเข้าเมือง ส่วนผู้ที่ขอลี้ภัยจะพิจารณาคำขอตามข้อเท็จจริงเป็นรายบุคคล ตามพันธกรณีระหว่างประเทศของสหราชอาณาจักร
สำหรับกีฬาเครือจักรภพอยู่ในสถานการณ์ไม่สู้ดีอยู่ก่อน นอกจากปัญหานักกีฬาจ้องจะโดดร่มมาเป็นผีน้อย อีกปัญหาคือไม่มีชาติไหนอยากเป็นเจ้าภาพ
โดยในปี 2026 ก็เกือบจะไม่ได้จัด เนื่องจากรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย ถอนตัวจากการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ให้เหตุผลเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ เมืองโกลด์โคสต์ รัฐควีนส์แลนด์ เคยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วม แต่ต่อมาก็ถอนตัวด้วยเหตุผลที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นการแข่งขันเกือบถูกยกเลิก
จนในปี 2024 กลาสโกว์ ยอมรับเป็นเจ้าภาพ แต่ลดกีฬาจาก 13 เหลือ 10 ชนิด ไม่มีหมู่บ้านนักกีฬา และใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม โดยได้เงินทุน 100 ล้านปอนด์ จากสหพันธ์กีฬาเครือจักรภพ และเงินจากผู้สนับสนุนอีก 30-50 ล้านปอนด์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนรัฐบาลจำนวนมาก
ครั้งต่อไป อัมดาวัด ประเทศอินเดีย จะเป็นเจ้าภาพในปี 2030 แต่จากปัญหาหลายๆ อย่าง ก็น่าคิดว่า ท้ายที่สุดกีฬาคอมมอนเวลธ์เกมส์ จะได้ไปต่ออีกนานแค่ไหน.
ภาพ Reuters, Gettyimages



