เมื่อวันที่ 5 ส.ค. รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วิเคราะห์กระแสข่าวความเป็นไปได้ที่พรรคประชาชนอาจจับมือกับพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า หากเกิดขึ้นจริง พรรคประชาชนจะต้องเผชิญกับคำถามสำคัญเรื่องความสอดคล้องระหว่างคำพูดกับการกระทำ และอาจกระทบต่อความชอบธรรมทางการเมืองที่สั่งสมมา
พรรคประชาชนสร้างฐานสนับสนุนจากภาพลักษณ์ของการเป็นพรรคการเมืองแนวใหม่ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ พร้อมประกาศจุดยืนผ่านคำขวัญ “มีเรา ไม่มีเทา” ว่าไม่ได้เป็นเพียงวาทกรรมหาเสียง แต่เป็นคำมั่นทางการเมืองที่ใช้สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า พรรคจะไม่ประนีประนอมกับการเมืองที่เคยวิพากษ์วิจารณ์ หากท้ายที่สุดพรรคประชาชนตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพรรคที่เคยถูกวิจารณ์หรือเคยประกาศไม่ร่วมงานด้วย ย่อมต้องอธิบายให้สังคมเห็นถึงเหตุผลและความจำเป็นอย่างชัดเจน เพราะคำอธิบายเรื่องการประนีประนอมทางการเมืองเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะรักษาความน่าเชื่อถือของพรรค
หากคำขวัญ “มีเรา ไม่มีเทา” ถูกลดทอนเหลือเพียงเครื่องมือทางการเมืองในช่วงเลือกตั้ง ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อคำมั่นอื่น ๆ ของพรรค ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปกองทัพ การต่อต้านทุนผูกขาด หรือการกระจายอำนาจ ก็อาจถูกตั้งคำถามตามไปด้วย
พรรคประชาชนเติบโตจากบทบาทฝ่ายค้านและการตรวจสอบรัฐบาล หากในอนาคตกลับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคที่เคยวิพากษ์วิจารณ์ ก็จำเป็นต้องอธิบายให้ได้ว่าการตรวจสอบที่ผ่านมาเกิดจากหลักการ หรือเป็นเพียงยุทธศาสตร์ทางการเมืองในช่วงที่ยังไม่ได้มีส่วนร่วมในอำนาจ หากการเข้าร่วมรัฐบาลเกิดขึ้นโดยไม่มีเงื่อนไขที่สะท้อนการผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน พรรคอาจถูกมองว่าให้ความสำคัญกับการเข้าสู่อำนาจมากกว่าการรักษาอุดมการณ์ที่เคยประกาศไว้
หากพรรคประชาชนเลือกจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรม แม้อาจทำให้พรรคประสบความสำเร็จในการรวบรวมเสียงข้างมากและได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ต้องแลกกับการถูกตั้งคำถามถึงความชอบธรรม ความน่าเชื่อถือ และอัตลักษณ์ทางการเมืองที่เคยเป็นจุดแข็งสำคัญของพรรค ไปๆ มาๆ จะได้ไม่คุ้มเสีย กลายเป็นการลดทอนอุดมการณ์ของพรรคอย่างน่ากังวล



