เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามแนวทางการจัดประโยชน์พื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายแวรุสลัน มะสาและ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายทรงยศินทร์ ชนปทาธิป ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม โดยมีผู้บริหาร รฟท. และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุป ก่อนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม 3 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ ย่านสถานีกาญจนบุรี สถานีวังเย็น และป้ายหยุดรถไฟสะพานแควใหญ่ เพื่อรับฟังข้อมูลศักยภาพพื้นที่ และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายสรรเพชญ กล่าวว่า ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพย์สินของ รฟท. ซึ่งมีศักยภาพสูงและตั้งอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญทั่วประเทศ โดยมี SRTA เป็นผู้พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริหารทรัพย์สินอย่างเป็นระบบ และสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการของ รฟท. สร้างรายได้ที่มั่นคง ลดภาระทางการเงินของภาครัฐ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อรับทราบศักยภาพของแต่ละพื้นที่ สภาพข้อเท็จจริง และกำหนดทิศทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับศักยภาพของจังหวัดกาญจนบุรีและนโยบายรัฐบาล

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่บริเวณย่านสถานีกาญจนบุรี ถือเป็นพื้นที่ศักยภาพสูงใจกลางเมือง มีที่ดินของ รฟท. กว่า 126 ไร่ ปัจจุบันพื้นที่อยู่ในแผนการพัฒนาโครงการของ SRTA ปี 2570 แล้ว โดยแบ่งเนื้อที่ดินออกเป็น 3 แปลง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการขอเช่าพื้นที่กับ รฟท. ทั้งนี้ มีแนวทางการพัฒนาโครงการในอนาคต อาทิ ตลาดกลางค้าปลีก – ค้าส่ง อาคารที่อยู่อาศัยให้เช่า และสวนสาธารณะ ซึ่งพื้นที่โดยรอบโครงการสามารถเชื่อมต่อไปยังชุมชนเมือง แหล่งการค้า ศูนย์ราชการ สถานศึกษา สถานีขนส่ง แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวติศาสตร์ของจังหวัด รวมถึงพื้นที่ตั้งอยู่ในเขตที่รองรับการขยายตัวเมือง สามารถพัฒนาต่อยอดได้หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแค่กลุ่มผู้โดยสารรถไฟเพียงอย่างเดียว จึงได้เน้นย้ำหน่วยงานให้บูรณาการความร่วมมือกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพย์สินของรัฐเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและชุมชนในพื้นที่

จากนั้น รมช.คมนาคม ได้ลงพื้นที่บริเวณย่านสถานีวังเย็น ตำบลวังเย็น อำเภอเมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นสถานีขนส่งตู้สินค้าทางรางระหว่างประเทศ สามารถรองรับการขนส่งสินค้าระบบตู้สินค้า (Container) และสามารถเชื่อมโยงการขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) เพื่อสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะเส้นทางเมียนมา – มาเลเซีย ผ่านประเทศไทย นับเป็นจุดเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟ เป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าของพื้นที่ภาคกลาง โดย รฟท. มีนโยบายส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการพัฒนาและบริหารจัดการลานกองเก็บตู้สินค้า Container Yard (CY) ซึ่งปัจจุบัน รฟท. ได้มีการร่วมมือกับภาคเอกชนในการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อพัฒนาให้เกิดเป็นโครงการ Inland Container Depot (ICD) ในอนาคต อีกทั้งได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังข้อมูลภาพรวมโครงการ บริเวณป้ายหยุดรถสะพานแควใหญ่ ณ ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นเขตทางรถไฟเลียบแม่น้ำสะพานข้ามแม่น้ำแคว มีศักยภาพเชิงการท่องเที่ยว สามารถสร้างรายได้ในระยะยาว
“รฟท. และ SRTA ต้องเร่งผลักดันการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟตามแนวคิด TOD โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาพื้นที่ว่างและทรัพย์สินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อีกทั้งต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายรัฐบาลผ่านแนวคิด Mixed-use Development สามารถการเชื่อมโยงระบบขนส่งอย่างไร้รอยต่อ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และระบบโลจิสติกส์ของจังหวัดกาญจนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งต้องสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและชุมชนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดียิ่งขึ้น” นายสรรเพชญ กล่าว



