เมื่อวันที่ 6 ส.ค.69 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน.) ตั้งข้อสังเกตต่อโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน วงเงิน 6,541.98 ล้านบาท จำนวน 858 แห่ง ว่ามีการกระจุกตัวในพื้นที่ของสส.พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ว่า รัฐบาลเคารพการตรวจสอบของรัฐสภา แต่ข้อเท็จจริงที่อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ฯ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการจัดสรรโครงการดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางราชการ ไม่ใช่การจัดสรรตามเหตุผลทางการเมือง 

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ข้อเท็จจริงประการแรกคือ โครงการทั้ง 858 แห่ง ไม่ใช่โครงการใหม่ แต่เป็นรายการเดิมที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเคยเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณ มาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน และได้ผ่านกระบวนการ ของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) รวมถึงมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) รองรับแล้ว เพียงแต่ในขณะนั้นไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณครบถ้วน เนื่องจากรัฐบาลในขณะนั้นต้องนำงบประมาณไปใช้ ในสิ่งที่จำเป็นมากกว่าเป็นลำดับแรก

“ข้อเท็จจริงสำคัญคือ การกำหนดพื้นที่ทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งทั่วไป ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดสามารถทราบล่วงหน้าได้ว่าเขตเลือกตั้งใดจะมี สส.จากพรรคการเมืองใด การนำผลการเลือกตั้งมาเชื่อมโยงกับการกำหนดพื้นที่โครงการ จึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง” น.ส.ลลิดา กล่าว 

ส่วนประเด็นที่สอง อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ชี้แจงต่อคณะกมธ.ฯ แล้วว่า คำขอโครงการที่ยื่นเข้ามาทั้งหมดมีมากกว่า 900 แห่ง และได้รับอนุมัติ 858 แห่ง หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 90 ของคำขอทั้งหมด โดยรายการที่ไม่ได้รับอนุมัติเป็นเพียงกรณีที่ซ้ำซ้อนกับโครงการเดิม หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่พร้อมรับมอบ

“ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แทบไม่มีการใช้ดุลพินิจเลือกพื้นที่ใหม่ แต่เป็นการอนุมัติตามคำขอที่ผ่านหลักเกณฑ์ ดังนั้น การกระจายตัวของโครงการจึงเป็นผลจากการกระจายตัว ของคำขอจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ไม่ใช่ผลจากการเลือกปฏิบัติทางการเมือง” น.ส.ลลิดา กล่าว 

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า อีกข้อเท็จจริงที่สำคัญคือ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ของรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กลับไม่ได้รับการจัดสรร โครงการแม้แต่แห่งเดียว ซึ่งหากมีการจัดสรร เพื่อประโยชน์ทางการเมืองจริง ควรเป็นพื้นที่แรก ที่ได้รับการจัดสรร นอกจากนี้ ยังพบว่าพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรร ครอบคลุมหลายจังหวัด หลายพรรคการเมือง และรวมถึงพื้นที่ที่มี สส.จากพรรคอื่นด้วย จึงไม่สอดคล้องกับข้อกล่าวหาว่า มีการจัดสรรเพื่อเอื้อประโยชน์ ให้พรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง 

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า การพิจารณาพื้นที่ดำเนินโครงการ ใช้เกณฑ์ด้านความจำเป็น ของประชาชนเป็นสำคัญ โดยมุ่งเน้นพื้นที่ที่ยังไม่มีระบบประปา ที่เพียงพอ หรือยังเข้าไม่ถึงบริการ ของการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)และการประปานครหลวง(กปน.) ขณะที่พื้นที่ กทม.และจังหวัดที่เป็นเขตควบคุม การใช้น้ำบาดาลตามกฎหมาย ก็ไม่สามารถดำเนินโครงการได้อยู่แล้ว 

น.ส.ลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลพร้อมเปิดเผยข้อมูลและสนับสนุนการตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยจะประสานกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเปิดเผยบัญชีคำขอทั้งหมด ทั้งรายการที่ได้รับอนุมัติ และไม่ได้รับอนุมัติ พร้อมเหตุผลประกอบ เพื่อให้ประชาชนสามารถ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ด้วยตนเองรัฐบาลเห็นว่า การตรวจสอบเป็นเรื่องที่ดี หากอยู่บนพื้นฐานของเอกสาร ข้อมูล และข้อเท็จจริง เพราะจะช่วยสร้างความโปร่งใส และความเชื่อมั่น ให้กับประชาชนมากกว่า การสรุปข้อกล่าวหาล่วงหน้า

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 63 จังหวัด ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำ ให้ประชาชนไม่น้อยกว่า 171,600 ครัวเรือน และเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนกว่า 75 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่ 

“รัฐบาลพร้อมรับทุกการตรวจสอบ และพร้อมปรับปรุงระบบ การใช้งบประมาณให้โปร่งใสยิ่งขึ้น แต่ขอให้การตรวจสอบอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพราะเป้าหมายสำคัญ คือการทำให้ประชาชน มีน้ำสะอาดใช้อย่างเพียงพอและยั่งยืน ไม่ใช่การนำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไปตีความเป็นประเด็นทางการเมือง” น.ส.ลลิดา กล่าว