เมื่อวันที่ 5 ส.ค. กรมราชทัณฑ์ โดยส่วนประชาสัมพันธ์ออกเอกสารชี้แจงระบุใจความ ตามที่ปรากฏกรณีการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการแสดงความคิดเห็นพาดพิงถึงกรมราชทัณฑ์ในลักษณะที่ระบุว่าเป็นแดนสนธยาตรวจสอบยาก เป็นแหล่งยกระดับอาชญากร และไม่สามารถพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังได้ มีการปล่อยตัวผู้พ้นโทษกลับสู่สังคมโดยไม่มีการคัดกรอง นั้น
กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงทำความเข้าใจว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง โดยโครงสร้างการบริหารงานเรือนจำยุคใหม่มีการดำเนินงานที่โปร่งใสตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากลข้อกำหนดแมนเดลา (Mandela Rules) และมีกระบวนการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังอย่างเป็นระบบ มีการประเมินสุขภาพจิต พฤติกรรมความเสี่ยงและแนวโน้มการกระทำผิดซ้ำตามหลักวิชาการ โดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มิใช่การใช้ดุลพินิจส่วนบุคคลในการพิจารณาปล่อยตัวหรือลดโทษแต่อย่างใด
อีกทั้งปัจจุบันกรมราชทัณฑ์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังในทุกมิติ ทั้งด้านการศึกษา การพัฒนาคุณธรรมและจิตใจ การฝึกอบรมทักษะวิชาชีพ การสร้างวินัย การปรับเปลี่ยนทัศนคติ ตลอดจนการส่งเสริมทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตภายหลังพ้นโทษ เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถประกอบอาชีพสุจริตและดำรงชีวิตร่วมกับสังคมได้อย่างเหมาะสม โดยสิทธิและประโยชน์ต่างๆ ที่ผู้ต้องขังได้รับตามกฎหมายและระเบียบราชการมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแรงจูงใจในการปรับปรุงแก้ไขตนเอง และสนับสนุนกระบวนการแก้ไขฟื้นฟูพฤตินิสัย มิใช่เป็นการผ่อนปรนโดยปราศจากหลักเกณฑ์ ซึ่งสถิติตัวเลขแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย สามารถออกไปประกอบอาชีพสุจริตและไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำอีก
สำหรับผู้ต้องขังที่มีพฤติการณ์หรือปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของสังคม ก่อนการปล่อยตัวจะมีการประเมินความเสี่ยงและจัดทำข้อมูล เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานในพื้นที่นำไปใช้ในการติดตาม ดูแล เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำและสร้างความปลอดภัยแก่สังคม
ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์เห็นว่าการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ มิใช่ภารกิจของหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใด หากแต่เป็นภารกิจร่วมของทุกภาคส่วนในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และสังคม ในการร่วมกันสนับสนุนการคืนคนดีสู่สังคม และสร้างโอกาสให้ผู้พ้นโทษสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างมั่นคง อันจะเป็นการลดโอกาสการหวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำอย่างยั่งยืน กรมราชทัณฑ์จึงขอให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริงและเข้าใจถึงภารกิจในการดำเนินงาน ซึ่งมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองความปลอดภัยของสังคมกับการเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดที่สามารถปรับปรุงแก้ไขตนเองได้กลับมาเป็นสมาชิกที่มีคุณภาพของสังคม พร้อมทั้งยินดีน้อมรับฟังข้อเสนอแนะความคิดเห็น และคำติชมเพื่อนำไปพัฒนาการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนต่อไป.




