น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช  รมช.เกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยหลังเปิดโครงการ “ตลาดองค์ความรู้สู่การพัฒนาเกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” ที่จ.กาญจนบุรี ว่า ปัจจุบัน ภาคการเกษตรต้องเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ต้นทุนการผลิต ความผันผวนของตลาด และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวจึงไม่สามารถพึ่งพาองค์ความรู้จากภายนอกเพียงด้านเดียว แต่ต้อง “ดึงความรู้จากพื้นที่” โดยเฉพาะประสบการณ์และภูมิปัญญาของเกษตรกรที่ผ่านการลงมือทำจริง มาวิเคราะห์ แลกเปลี่ยน และต่อยอดให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่สามารถขยายผลได้

สำหรับแนวคิด Climate Smart Agriculture (CSA) หรือเกษตรกรรมที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงเป็นอีกแนวทางสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตร โดยมุ่งให้เกษตรกรสามารถปรับตัวและรับมือกับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการใช้ทรัพยากร พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การจัดตลาดองค์ความรู้สู่การพัฒนาเกษตรนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทยที่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและภาคีเครือข่ายได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำโจทย์จากพื้นที่มาร่วมกันค้นหาคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุน การจัดการน้ำ การปรับวิธีการผลิตเพื่อรับมือสภาพอากาศ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งถือเป็น “ความรู้จากแปลง”ที่เกิดจากการปฏิบัติจริง และเมื่อถูกนำมาแลกเปลี่ยน วิเคราะห์ และต่อยอดร่วมกับหลักวิชาการและเทคโนโลยี ก็สามารถพัฒนาเป็น“องค์ความรู้ของชุมชน” ที่นำไปใช้ประโยชน์และขยายผลในพื้นที่อื่นได้

ดังนั้น บทบาทของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ในระยะต่อไปจึงเป็นการยกระดับจาก “ศูนย์ถ่ายทอดความรู้” สู่ “ศูนย์กลางการสร้างและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้” และจากการมองเกษตรกรเป็น “ผู้รับความรู้” สู่การเป็น “ผู้ร่วมสร้างความรู้และร่วมออกแบบการเปลี่ยนแปลง”โดยมีเกษตรกรเป็นฐานขององค์ความรู้ในพื้นที่ มีนักส่งเสริมและนักวิชาการเป็นผู้เชื่อมโยงและเติมเต็ม และมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างทางเลือกใหม่ขณะเดียวกัน ยังขับเคลื่อนการรวมกลุ่มเกษตรกรในรูปแบบแปลงใหญ่ เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์สถานการณ์ วางแผนการผลิต และกำหนดทิศทางการพัฒนาร่วมกันบนพื้นฐานข้อมูลจริงและความต้องการของพื้นที่ สามารถเชื่อมโยงกับ ศพก. และเครือข่ายเกษตรกร Young Smart Farmer เพื่อให้เกิดการทดลองและขยายผลแนวทางการผลิตที่เหมาะสม และเชื่อมโยงสู่ตลาดได้อย่างเป็นระบบการพัฒนาภาคการเกษตรในระยะต่อไป