สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่า ในขณะที่รัฐบาลบูดาเปสต์เตรียมรับมือกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในช่วงไม่กี่วันนี้ โดยคาดว่าอุณหภูมิจะสูงถึง 40-42 องศาเซลเซียส ชาวฮังการีบางส่วนยืนอยู่ริมแม่น้ำดานูบที่ระดับน้ำลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และกล่าวว่า ความเป็นจริงของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศปรากฏให้เห็นแล้ว
ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบที่ลดลงอย่างมาก ทำให้ทางการฮังการีต้องปิดทำการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของประเทศเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งใช้น้ำจากแม่น้ำดานูบในการหล่อเย็น โดยทำงานอยู่ที่ระดับเพียง 10% ของกำลังการผลิต ส่งผลให้เกิดวิกฤติพลังงานที่ทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าของฮังการีตึงเครียดถึงขีดจำกัด และการนำเข้าก็เพิ่มสูงขึ้น
Hungarians curb power use as record low Danube waters trigger energy crunch https://t.co/wOeSgrkMHt
— The Straits Times (@straits_times) August 5, 2026
“มันเป็นเรื่องน่าเศร้าและน่ากลัว และเป็นคำเตือนที่สำคัญมากต่อสังคม ว่าเราจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรอย่างรอบคอบ มันเป็นสัญญาณเตือนที่ร้ายแรงมาก” ชาวกรุงบูดาเปสต์คนหนึ่ง กล่าว
ด้านนายกรัฐมนตรีปีเตอร์ มาจาร์ ผู้นำฮังการี กล่าวขอบคุณบริษัทและครัวเรือน ที่ลดการใช้ไฟฟ้าโดยสมัครใจ 600-700 เมกะวัตต์ในแต่ละวัน ในช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ระหว่าง 17.00-22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของฮังการี (ราว 22.00-03.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย)
ขณะที่นักวิเคราะห์ด้านพลังงานคนหนึ่ง กล่าวว่า การประหยัดพลังงานส่วนใหญ่มาจากผู้ใช้ในภาคส่วนอุตสาหกรรม แต่เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้ารวมในปัจจุบันเกิน 7,000 เมกะวัตต์ การประหยัดไฟฟ้า 600 เมกะวัตต์ จึงเทียบเท่ากับการที่ประชาชนปิดเครื่องปรับอากาศโดยเฉลี่ย 1 ล้านเครื่อง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



