เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ห้องอัมรินทร์ ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ให้การต้อนรับผู้บริหารเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด Open Government Partnership (OGP) นำโดยคุณ Swati Mehta Regional Lead, Asia-Pacific, OGP พร้อมคณะ เพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายของกรุงเทพมหานคร (กทม.) การส่งเสริมหลักการรัฐบาลระบบเปิด ตลอดจนโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับ OGP โดยมี รศ.ทวิดา กมลเวชช นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ผู้บริหาร กทม. และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการหารือด้วย

สำหรับการเข้าพบในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำบทบาทและแนวคิดของ Open Government Partnership (OGP) ซึ่งเป็นภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด และความร่วมมือพหุภาคีระดับนานาชาติ ที่มุ่งเน้นให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกับภาครัฐ โดยปัจจุบัน OGP ได้ขยายความร่วมมือไปแล้วกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกลำดับที่ 12 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

พร้อมกันนี้ คณะผู้แทน OGP ยังได้ร่วมศึกษาทิศทางนโยบายของ กทม. เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ ลำดับความสำคัญ และโครงการริเริ่มต่าง ๆ ในมิติการบริหารงานที่โปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล รวมทั้งหารือถึงโอกาสและแนวทางสร้างความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับภาคี OGP เพื่อผลักดันการทำงานร่วมกันในระดับท้องถิ่น เช่นเดียวกับรัฐบาลท้องถิ่นอื่น ๆ อีกกว่า 150 แห่งทั่วโลกที่เป็นสมาชิก OGP ในปัจจุบัน ขณะเดียวกันยังเป็นการยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลและภาคประชาสังคม ตลอดจนศึกษาความต้องการเพื่อนำไปพัฒนาเป็นแผนปฏิบัติการระดับชาติฉบับแรกของประเทศไทย

ขณะที่ กทม. ได้นำเสนอกรอบการทำงานร่วมกันระหว่าง กทม. และ OGP เพื่อมุ่งสู่แผนปฏิบัติการระดับชาติ (NAP) เพื่อสร้างรัฐบาลที่ทันสมัย เปิดกว้าง และตอบสนองต่อประชาชน โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ ความโปร่งใส การมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ โดยใช้ Traffy Fondue เป็นเครื่องมือบูรณาการทั้ง 3 เสาหลัก พร้อมวางแนวทางการดำเนินงานออกเป็น 9 ด้าน

สำหรับแผนงานและกรอบเวลาการดำเนินงาน ในการขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่แผนปฏิบัติการระดับชาติ (NAP) เริ่มขึ้นตั้งแต่ ธ.ค. 68 โดย กทม. ได้เข้าร่วมการประชุมเพื่อยกร่างแผนปฏิบัติการระดับชาติ (NAP) และในเดือน ก.พ. 69 กทม. ได้เสนอ Traffy Fondue ซึ่งเป็นนวัตกรรมรับเรื่องร้องเรียนและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อพิจารณาบรรจุลงในแผน NAP จากนั้น มี.ค. 69 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ได้ทบทวนและมอบหมายภารกิจสำคัญด้านภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้ กทม. เป็นผู้รับผิดชอบหลัก

ต่อมาในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 69 กทม. ได้เดินหน้าเสนอ 3 โครงการสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ 1. การดำเนินงานตามแผนแม่บทการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2564–2573 2. การบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ใน กทม. และ 3. การฝึกอบรมการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในเมือง

สำหรับความก้าวหน้าในเดือนนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. ได้หารือร่วมกับ กทม. เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ขณะเดียวกัน กทม. ได้จัดประชุมภายในเพื่อปรับปรุงและพัฒนาโครงการเพิ่มเติม ให้ครอบคลุมมิตินโยบายอื่น ๆ ของ OGP เช่น ธรรมาภิบาลดิจิทัล ความยุติธรรม และความโปร่งใส ทั้งนี้ ภายในวันที่ 31 ส.ค. 69 จะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขและเพิ่มโครงการเข้าในแผนงานให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น จากนั้น กทม. และสำนักงาน ก.พ.ร. จะร่วมกันตรวจสอบโครงการและยื่นเสนอโครงการอย่างเป็นทางการเพื่อบรรจุเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการระดับชาติ (NAP) ในวันที่ 1 ต.ค. 69.