เบี้ยประกันรถไฟฟ้าเป็นหนึ่งในเรื่องที่เจ้าของรถ EV หลายคนให้ความสนใจ เพราะเมื่อลองเปรียบเทียบกับรถน้ำมันแล้ว ค่าเบี้ยประกันรถไฟฟ้ามักมีราคาสูงกว่าในหลายกรณี โดยค่าเบี้ยประกันรถไฟฟ้าจะพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น มูลค่ารถ รุ่นรถ อายุรถ ประวัติผู้ขับขี่ และเงื่อนไขของแผนประกัน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าค่าเบี้ยประกันรถไฟฟ้าคำนวณจากอะไรบ้าง พร้อมแนะนำวิธีเช็กเบี้ยประกันง่าย ๆ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อประกันสำหรับรถ EV


เบี้ยประกันรถไฟฟ้า แพงกว่ารถน้ำมันจริงไหม?

ราคาเบี้ยประกันรถไฟฟ้า

เบี้ยประกันรถไฟฟ้าแพงกว่าเบี้ยประกันรถน้ำมันในหลายกรณี โดยเฉพาะเบี้ยประกันรถไฟฟ้าชั้น 1 ที่มักมีราคาสูงกว่ารถน้ำมันในระดับราคาใกล้เคียงกัน

ยกตัวอย่าง รถยนต์ราคา 1 ล้านบาท

  • รถน้ำมันอาจมีเบี้ยประกันชั้น 1 ประมาณ 15,000 – 25,000 บาทต่อปี
  • รถ EV อาจมีค่าเบี้ยประมาณ 20,000 – 40,000 บาทต่อปี (ขึ้นอยู่กับรุ่นและบริษัทประกัน)


สาเหตุที่ทำให้ราคาเบี้ยประกันรถไฟฟ้าสูงกว่า มีดังนี้

  • แบตเตอรี่แรงดันสูงเป็นชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงและมีต้นทุนการซ่อมหรือเปลี่ยนค่อนข้างสูง
  • ค่าอะไหล่บางรายการยังมีต้นทุนสูงกว่าเมื่อเทียบกับรถน้ำมัน
  • รถ EV หลายรุ่นอาจต้องเข้ารับการซ่อมที่ศูนย์บริการหรืออู่ที่ผ่านการรับรองสำหรับงานซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า
  • ค่าแรงในการตรวจสอบระบบไฟฟ้าแรงสูงมีความซับซ้อนมากกว่า
  • บริษัทประกันจะพิจารณาต้นทุนการซ่อม อะไหล่ และข้อมูลความเสี่ยงของรถแต่ละรุ่นในการกำหนดเบี้ยประกัน จึงจำเป็นต้องตั้งราคาเบี้ยสูงขึ้นเพื่อชดเชยต้นทุนการเคลมที่มากกว่ารถน้ำมัน


ปัจจุบัน ประกันรถ EV หลายแผนยังเพิ่มความคุ้มครองแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงความเสียหายจากลัดวงจรหรือไฟไหม้ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเบี้ยประกันด้วย


ปัจจัยที่กำหนดเบี้ยประกันรถ EV แต่ละคัน

แม้จะใช้รถรุ่นเดียวกัน แต่ค่าเบี้ยประกันรถไฟฟ้าแต่ละคันอาจไม่เท่ากัน เพราะบริษัทประกันจะพิจารณาปัจจัยหลายด้านประกอบกัน ดังนี้

  • รุ่นและราคาของรถ : เป็นปัจจัยหลักของการกำหนดค่าเบี้ยประกันรถไฟฟ้า รถที่มีมูลค่าสูงย่อมมีทุนประกันสูง ส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันสูงขึ้นตามไปด้วย
  • ประเภทความคุ้มครองที่เลือก หากเลือกประกันชั้น 1 รถไฟฟ้า จะมีความคุ้มครองครอบคลุมมากกว่า จึงมีค่าเบี้ยสูงกว่าแผนอื่น ซึ่งผู้ซื้อสามารถเทียบความคุ้มครองก่อนตัดสินใจได้
  • ทุนประกันและวงเงินความคุ้มครอง : วงเงินคุ้มครองที่สูงขึ้นย่อมส่งผลต่อค่าเบี้ยประกันโดยตรง
  • อายุรถและประวัติการเคลม : ผู้ที่มีประวัติการขับขี่และการเคลมที่ดี อาจได้รับส่วนลดหรือเงื่อนไขด้านเบี้ยประกันตามหลักเกณฑ์ของแต่ละบริษัท
  • ยี่ห้อของรถ EV : รถ EV แต่ละยี่ห้อมีล้วนมีค่าอะไหล่และต้นทุนการซ่อมที่แตกต่างกัน ทำให้ ประกันรถ EV ราคาไม่เท่ากัน
  • ความคุ้มครองเพิ่มเติม : ประกันบางแผนอาจคุ้มครองแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ, ตู้ชาร์จในบ้าน, สายชาร์จ รวมถึงความเสียหายของแท่นชาร์จ ซึ่งส่งผลต่อค่าเบี้ยด้วย
  • บริการเสริมของบริษัทประกัน : หลายแผนประกันมักจะฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. และมีบริการหลังการขายดี ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ค่าเบี้ยแพงขึ้น


หากกำลังมองหาประกันรถ EV ที่ตอบโจทย์มากกว่าเรื่องราคา heygoody ช่วยให้เปรียบเทียบแผนประกันจากหลายบริษัทได้ในที่เดียว ทั้งค่าเบี้ย ความคุ้มครอง และรายละเอียดสำคัญ เช่น ความคุ้มครองแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ความเสียหายของตู้ชาร์จในบ้าน สายชาร์จ หรือแท่นชาร์จ (ตามเงื่อนไขของแต่ละแผน) พร้อมมีทีมบริการหลังการขายคอยให้คำแนะนำและช่วยประสานงานด้านการเคลม รวมถึงอัปเดตโปรโมชันและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อให้เลือกแผนประกันที่เหมาะกับการใช้งานรถ EV ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องติดต่อหลายบริษัทด้วยตนเอง


เช็กเบี้ยประกันรถไฟฟ้ากับ heygoody ง่ายกว่าที่คิด

ปัจจุบัน การเลือกประกันรถยนต์ EV ไม่จำเป็นต้องสอบถามทีละบริษัทอีกต่อไป เพราะสามารถเช็กเบี้ยประกันรถไฟฟ้า และเปรียบเทียบราคาได้ง่ายขึ้นผ่าน heygoody โบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์ ที่รวบรวมแผนประกันรถ EV จากหลายบริษัทไว้ในที่เดียว ช่วยให้เห็นทั้งราคา รายละเอียดความคุ้มครอง และโปรโมชั่นต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ซึ่งนอกจากจะช่วยค้นหาแผนประกันภัยรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์แล้ว ยังสามารถเลือกแผนประกันที่มีราคาประหยัด หรือมองหาดีลคุ้มค่า พร้อมโปรโมชันผ่อน 0% นาน 10 เดือน ได้อีกด้วย

ขั้นตอนการเช็กเบี้ยประกันรถไฟฟ้า

  1. เลือกประเภทรถ EV ที่ใช้ ยี่ห้อ รุ่นรถ ปีที่ผลิต และเลือกรุ่นย่อย
  2. เลือกบริษัทประกันรถยนต์ที่ใช้อยู่
  3. ระบุวันที่ต้องการให้เริ่มคุ้มครอง
  4. เลือกจังหวัดที่จดทะเบียนรถ
  5. ระบุปีเกิดของผู้ขับขี่
  6. เลือกประเภทประกัน เช่น ประกันชั้น 1
  7. ระบบจะแสดงราคาเบี้ยประกันรถไฟฟ้าจากหลาย ๆ บริษัทขึ้นมาให้เห็น สามารถเปรียบเทียบราคาและรายละเอียดความคุ้มครองได้ทันที


เลือกเบี้ยประกันรถไฟฟ้าให้คุ้ม ต้องดูทั้งราคาและความคุ้มครอง

แม้ว่าเบี้ยประกันรถไฟฟ้าจะมีราคาสูงกว่ารถน้ำมัน แต่ก็แลกมาด้วยความคุ้มครองที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานรถ EV โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองแบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์ชาร์จต่าง ๆ ดังนั้นก่อนเลือกซื้อประกัน ควรพิจารณาทั้งราคา ทุนประกัน และรายละเอียดความคุ้มครองให้ครบถ้วน เพื่อให้ได้รับแผนที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด

หากกำลังมองหาประกันรถไฟฟ้าที่ให้ราคาคุ้ม ความคุ้มครองครบ หรืออยากเช็กเบี้ยประกันรถไฟฟ้าก่อนตัดสินใจ heygoody ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่น่าสนใจ เพราะสามารถเปรียบเทียบแผนประกันและค่าเบี้ยประกันรถไฟฟ้าจากหลาย ๆ บริษัทได้ง่าย ๆ ในที่เดียว พร้อมตัวเลือกประกันราคาถูก มีโปรผ่อน 0% 10 เดือน และรองรับการชำระเงินหลายช่องทาง ช่วยให้ตัดสินใจเลือกซื้อประกันได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ปรึกษาแอดมิน heygoody เรื่องค่าเบี้ยประกันรถไฟฟ้าและรายละเอียดความคุ้มครอง ทักแชทได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง LINE @heygoody ได้เลย!