“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย กลับมาซ้อมอีกครั้ง เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 69 เตรียมสู้ศึกชิงแชมป์อาเซียน “อาเซียนฮุนไดคัพ 2026”

สถานการณ์ตอนนี้ คะแนนกลุ่ม B ไทย 3 นัด 9 แต้ม ยิง 8 ยังไม่เสียประตู, มาเลเซีย กับ เมียนมา 3 นัด 6 แต้ม โดย 3 ทีมนี้แย่งกันเข้ารอบรองชนะเลิศ ส่วน ฟิลิปปินส์ 3 แต้ม กับ ลาว 0 แต้ม ตกรอบแน่นอน

นัดสุดท้าย รอบแรก กลุ่ม B วันที่ 8 ส.ค. 69 ทีมชาติไทย พบ เมียนมา เวลา 20.00 น. ที่ราชมังคลากีฬาสถาน และ มาเลเซีย พบ ฟิลิปปินส์

สถานการณ์ตอนนี้ ทีมไทย โอกาสเข้ารอบสูงมาก นัดสุดท้ายขอแค่เสมอจะได้แชมป์กลุ่ม แต่หากแพ้ เมียนมา แล้ว มาเลเซีย ชนะ ฟิลิปปินส์ จะทำให้ ไทย, มาเลเซีย, เมียนมา จะมี 9 แต้มเท่ากัน ต้องมาดูผลการเจอกัน

การฝึกซ้อมในครั้งนี้เน้นไปที่การฟื้นฟูร่างกาย และรักษาความฟิตของนักเตะที่ไม่ได้ลงเล่นจากเกมที่ผ่านมา หลังจากที่ทีมชาติไทยเพิ่งบุกไปเอาชนะฟิลิปปินส์มา 1-0 และเดินทางกลับมาเมื่อ 5 ส.ค. 69

ก่อนการฝึกซ้อม วาริส ชูทอง แบ๊กขวาทีมชาติไทย ที่โหม่งประตูชัย เกมกับ ฟิลิปปินส์ กล่าวว่า “เกมกับ ฟิลิปปินส์ ยอมรับว่าเป็นเกมที่ยากและอึดอัด ดีใจที่มีสกอร์ในเกมนั้น และได้สามแต้มกลับบ้านของเรา”

“รุ่นพี่ให้คำแนะนำและคอยช่วยสนับสนุนเราตลอด ความแตกต่างจากทีมชาติไทย U23 ก็คือมีรุ่นพี่คอยซัพพอร์ต แต่เล่น U23 เราช่วยกันเล่นกับเพื่อนๆ และน้องๆ เป้าหมายในเกมกับ เมียนมา คือการเก็บสามแต้มและผ่านเข้ารอบต่อไป”

“จากที่เห็นสามเกมผ่านมาของพวกเขา (เมียนมา) ก็แข็งแกร่งเหมือนกัน ประมาทไม่ได้ ถ้ามีโอกาสจบสกอร์จะพยายามทำให้ได้ ฝากแฟนบอลชาวไทยเข้ามาเชียร์พวกเรากันเยอะๆ”

ด้าน ณัฐพงษ์ สายริยา กองหลังทีมชาติไทย กล่าวว่า “หลังจากนี้ทางโค้ชให้ทุกคนฟื้นฟูร่างกายให้เร็วที่สุด เพราะสามเกมที่ผ่านมาเป็นเกมที่หนักและเดินทางค่อนข้างเหนื่อย การเก็บคลีนชีตได้ทั้งสามนัดเป็นเพราะทุกคนช่วยกันเล่นและทำงานหนักกันมากในการซ้อม”

“ผมว่าทุกคนในทีมสามารถทดแทนกันได้ และมีคุณภาพทุกคน สามารถเล่นร่วมกันได้ดี เกมกับ เมียนมา ได้เล่นในบ้านของเรา ก็อยากเชิญแฟนบอลทุกคนมาเชียร์ที่สนาม พวกผมจะพยายามทำให้เต็มที่ พวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง พวกเราจะทำให้เต็มที่และไม่ประมาท”