“เจ้าตังค์” สารัช อยู่เย็น กองกลางทีมชาติไทย วัย 34 ปี สะท้อนปัญหาที่นักฟุตบอลต้องเจอ จากการจัดคิวแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ที่เตะกันถี่ยิบ มีเวลาพักน้อยมาก
ศึกอาเซียนฮุนไดคัพ 2026 ทีมชาติไทย อยู่กลุ่ม B หลังจากนัดประเดิมสนาม บุกชนะ ลาว 5-0 เมื่อ 25 ก.ค. 69 ได้พักช่วงโปรแกรมที่ 2 มาเตะเกม 2 ของตัวเองคือวันที่ 1 ส.ค. 69 เปิดบ้านชนะ มาเลเซีย 2-0
จากนั้นต้องเดินทางออกไปเตะกับ ฟิลิปปินส์ วันที่ 4 ส.ค. 69 ก่อนเฉือนชนะ 1-0 ซึ่งช่องว่างระหว่างแมตช์ 2-3 ห่างกันแค่ 2 วัน และนักเตะยังต้องเดินทางด้วย
เตะแบบนี้นักบอลร่างจะพัง
กองกลางประสบการณ์สูง กล่าวว่า เกมกับ ฟิลิปปินส์ รูปเกมอาจจะไม่สวย ด้วยสภาพสนาม และปัจจัยต่างๆ เยอะ รายการนี้ไม่ใช่รายการที่ง่าย เพราะมีหลายอย่าง การเดินทาง การแข่งขันติดกัน ยกตัวอย่างเกมที่ผ่านมา (กับ ฟิลิปปินส์) ตนคิดว่าไม่ควรเตะในวันนั้น อาจจะต้องไปอีกวัน เพื่อให้นักฟุตบอลมีสภาพร่างกายสมบูรณ์ เพราะเราต้องเดินทางด้วย ไปถึงก็ซ้อมแค่วันเดียว
“คิดว่ามันไม่ควรเป็นเวลานี้ ตรงนี้อยากให้ทุกฝ่ายช่วยพิจารณา ทำให้มันดีขึ้น” สารัช อธิบายด้วยว่า การเดินทางของทีมไทย วันที่ 3 ส.ค. บินจากไทยช่วงเย็น กว่าจะเข้าโรงแรมได้นอนที่ฟิลิปปินส์ ก็ตี 4 แล้วรุ่งขึ้นซ้อมวันเดียว ก่อนแข่ง ซึ่งการพักผ่อนถือว่าไม่เพียงพอสำหรับนักกีฬา

“ฮัดสัน” ชี้ทริปปินส์โหดจริง
ส่วน แอนโธนี ฮัดสัน โค้ชทีมชาติไทย ก็พูดเรื่องนี้เช่นกัน ระบุว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้นักกีฬาพักฟื้นร่างกาย เพราะว่าการเดินทางไปฟิลิปปินส์ ถือเป็นการเดินทางที่ยากลำบาก เดินทางไปถีงที่นั่นก็ตี 4 แล้ว ได้ซ้อมแค่วันเดียว สภาพสนามก็ยาก ตอนนี้กลับมาถึงไทยก็ต้องฟื้นฟูร่างกาย เพื่อให้พร้อมที่สุดในเกมกับ เมียนมา ที่เป้าหมายคือต้องชนะ
โดยเกมที่บุกชนะ ฟิลิปปินส์ 1-0 นั้น แอนโธนี ฮัดสัน เปลี่ยนผู้เล่นตัวจริงจากชุดชนะ มาเลเซีย ถึง 8 ตำแหน่ง เพื่อรักษาสภาพร่างกาย
เผยคิวแน่น-ต้องบินตลอด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โปรแกรมแข่ง ในรอบแรกนั้น ช่องว่างแต่ละแมตช์นั้น สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ วางให้เว้นระยะเพียง 2-3 วัน ทั้งนี้แต่ละทีมจะได้พัก 1 แมตช์เดย์ (จาก 5 แมตช์เดย์ จะลงเตะ 4 นัด เพราะมีกลุ่มละ 5 ทีม) และความเหนื่อยคือแข่งแบบ เหย้า-เยือน สลับกัน ต้องเดินทางตลอด
ทีมไทย นั้นยังดีที่ เตะเกมแรก แล้วพักแมตช์เดย์ที่ 2 ผิดกับบางทีมต้องเตะรวดเดียว เพราะถูกจับไปพัก แมตช์เดย์แรก หรือ แมตช์เดย์สุดท้าย เช่น ฟิลิปปินส์ ที่อยู่กลุ่มไทย หลังแมตช์เดย์แรกไม่มีคิวเตะแล้ว ก็ต้องแข่งรัวๆ วันที่ 28 ก.ค., 1 ส.ค., 4 ส.ค. และ 8 ส.ค. ถือว่ายิ่งโหดจัด

บทจะพักก็นานเป็นสัปดาห์
ข้อสังเกตคือ จากโปรแกรมรอบแรก ที่ค่อนข้างถี่ แต่เมื่อดูช่องว่าง ระหว่างนัดสุดท้ายรอบแรก วันที่ 7-8 ส.ค. กับรอบรองชนะเลิศนัดแรก 15-16 ส.ค. กลับมีช่วงวันพักถึง 7-8 วัน ซึ่งตรงนี้น่าจะสามารถขยับคิวเตะรอบแรกขยายไปในช่วงดังกล่าวได้ แล้วลดวันพักในช่องว่าง ระหว่างรอบแรก กับรอบรองฯ ลงมา
รอยต่อ “รองฯ-ชิงฯ” โหดอีก
อีกช่วงที่จะเตะถี่ยิบ คือรอยต่อระหว่าง รอบรองฯ นัด 2 วันที่ 18-19 ส.ค. กับรอบชิงฯ นัดแรก วันที่ 22 ส.ค. ห่างกันแค่ 2-3 วัน
และยิ่งสำหรับรอบรองฯ คู่ แชมป์กลุ่ม A กับ รองแชมป์กลุ่ม B ที่จะได้พักแค่ 2 วันเท่านั้น แถมรอบชิงฯ นัดแรก ต้องเล่นเกมเยือน ดังนั้นเตะตัดเชือกเสร็จแล้ว หากชนะก็ต้องรีบเก็บของตาลีตาเหลือกบินไปเตรียมแข่งต่อทันที
เช็กสถานการณ์ช้างศึก
ส่วนสถานการณ์ตอนนี้ คะแนนกลุ่ม B ไทย 3 นัด 9 แต้ม ยิง 8 ยังไม่เสียประตู, มาเลเซีย กับ เมียนมา 3 นัด 6 แต้ม โดย 3 ทีมนี้แย่งกันเข้ารอบรองชนะเลิศ ส่วน ฟิลิปปินส์ 3 แต้ม กับ ลาว 0 แต้ม ตกรอบแน่นอน
นัดสุดท้าย รอบแรก กลุ่ม B วันที่ 8 ส.ค.69 ทีมชาติไทย พบ เมียนมา เวลา 20.00 น. ที่ราชมังคลากีฬาสถาน และ มาเลเซีย พบ ฟิลิปปินส์
สถานการณ์ตอนนี้ ทีมไทย โอกาสเข้ารอบสูงมาก นัดสุดท้ายขอแค่เสมอจะได้แชมป์กลุ่ม แต่หากแพ้ เมียนมา แล้ว มาเลเซีย ชนะ ฟิลิปปินส์ จะทำให้ ไทย, มาเลเซีย, เมียนมา จะมี 9 แต้มเท่ากัน ต้องมาดูผลการเจอกัน.



