สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดาการ์ ประเทศเซเนกัล เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่าสำนักงานการเดินเรือภายในประเทศของเยอรมนี (ดับเบิลยูเอสวี) รายงานว่า ระดับน้ำที่สามารถเดินเรือได้ที่จุดคอขวดของเมืองเคาบ์ ใกล้กับเมืองโคเบลนซ์ อยู่ที่ 19 ซม. ในวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) ซึ่งต่ำกว่าระดับต่ำสุดที่เคยบันทึกไว้ก่อนหน้านี้ ที่ 25 ซม. ในปี 2561

คลื่นความร้อนและปริมาณน้ำฝนที่น้อย ทำให้เรือบรรทุกสินค้าสามารถแล่นได้ เมื่อบรรทุกสินค้าไม่เต็มลำเท่านั้น ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเจ้าของต้องกระจายสินค้าไปในเรือหลายลำ

โฆษกของบริษัทเอชจีเค ชิปปิง ซึ่งให้บริการขนส่งทางน้ำภายในเยอรมนี ระบุว่า ภายใต้สภาวะที่รุนแรงอย่างยิ่งในปัจจุบัน ความสามารถในการบรรทุกสินค้าของเรือถูกจำกัดอย่างมาก โดยเรือที่สามารถใช้งานได้ในปัจจุบัน สามารถขนส่งสินค้าได้เพียงประมาณ 20% ของปริมาณที่สามารถขนส่งได้ตามปกติ ส่วนความจุในการบรรทุกจริงจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับระดับน้ำในท้องถิ่นตลอดแนวแม่น้ำไรน์ ขณะที่เรือลากจูงบางลำไม่สามารถแล่นผ่านใต้ของแม่น้ำได้แล้ว

ผู้ค้าสินค้าโภคภัณฑ์กล่าวว่า ต้นทุนการขนส่งน้ำมันโดยเรือจากเมืองรอตเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ ไปยังเมืองคาร์ลส์รูห์ของเยอรมนี อยู่ที่ประมาณ 160-165 ยูโรต่อตัน (ราว 6,103-6,293 บาท) เพิ่มขึ้นจาก 45 ยูโร (ราว 1,716 บาท) เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.

อนึ่ง แม่น้ำไรน์เป็นเส้นทางการขนส่งสำคัญของสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ธัญพืช แร่ธาตุ แร่ ถ่านหิน และผลิตภัณฑ์น้ำมัน รวมถึงน้ำมันเบนซิน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS