ในยุคที่คนรุ่นใหม่เริ่มเอือมระอากับความจำเจของแอปพลิเคชันหาคู่ เทรนด์การออกเดทรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “SABSing” (แซปส์ซิ่ง) กำลังกลายเป็นกระแสฮิตในหมู่ Gen Z ที่โหยหาความรักแบบธรรมชาติ ราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์หรือซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้

คำว่า SABSing ย่อมาจากวลีภาษาอังกฤษว่า “See And Be Seen” หรือ “การเห็นและถูกมองเห็น” กำลังเป็นกระแสฮิตในรั้วมหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ก่อนจะแพร่กระจายไปสู่กลุ่มเยาวชนทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ เทรนด์นี้คือการที่คนโสดจงใจไปยืน หรือนั่งแช่อยู่ในสถานที่สาธารณะ เช่น ห้องสมุด, สวนสาธารณะ, คาเฟ่ เป็นเวลานาน เพื่อสร้างโอกาสให้ตนเองได้บังเอิญสบตา หรือพบปะพูดคุยกับคนที่ถูกใจ โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบอัลกอริทึมจากหน้าจอ

แนวคิดของ SABSing ไม่ใช่แค่การ “ออกไปข้างนอก” ทั่วไป แต่เป็นการออกไปในสถานที่สาธารณะ “อย่างมีเป้าหมายและตั้งใจ” เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการสบตา ปะทะสายตา หรือสร้างความบังเอิญสุดโรแมนติกกับคนที่คุณแอบปิ๊ง หรือแม้แต่การลุ้นว่าจะได้บังเอิญเจออดีตคนรักเก่า โดยอาศัยหลักจิตวิทยาที่เรียกว่า Mere Exposure Effect ยิ่งเราถูกมองเห็น หรือคุ้นหน้าบ่อยเท่าไหร่ ความชอบและความรู้สึกผูกพัน ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

เคล็ดลับการ SABSing ให้เนียนและปัง

  • แต่งตัวให้พร้อมโดนมอง : เลือกชุดที่คุณรู้สึกมั่นใจที่สุด เพราะเป้าหมายคือการสร้างความประทับใจแรกแบบไม่ต้องพยายามจนเกินไป
  • มีกิจกรรมประกอบฉาก : ผู้ชายอาจจะเล่นกีฬา หรือพกหนังสือดี ๆ ไปนั่งอ่าน ส่วนสาว ๆ อาจจะเลือกไปนั่งจิบกาแฟ หรือพักผ่อนริมแม่น้ำ
  • เน้นความสุนทรีย์ : อย่ามองว่านี่คือการตามล่าหาคู่ แต่ให้มองว่าเป็นการออกไปใช้เวลา ซึมซับบรรยากาศ และปล่อยให้ธรรมชาติกับความบังเอิญทำงานของมันเอง

เสียงสะท้อนจากโลกโซเชียลบนแพลตฟอร์ม X มีผู้คนเข้ามาแชร์ประสบการณ์กันอย่างสนุกสนาน เช่น “ฉันสนุกกับการ SABSing มาก เวลานั่งอ่านหนังสือรับแดดบนม้านั่ง” แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีเสียงแซวขำๆ ว่า “ไม่มีอะไรทำร้ายความมั่นใจได้เท่ากับการพยายาม SABSing แล้วไม่มีใครชายตาแลเลย” หรือ “มันก็สนุกดี จนกระทั่งเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกจับตามองตลอดเวลา”

เทรนด์นี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า Gen Z เริ่มหันหลังให้กับการนัดเดทแบบสำเร็จรูปผ่านแอปพลิเคชัน และโหยหา “ความบังเอิญที่แสนโรแมนติก” ในโลกแห่งความเป็นจริงมากกว่าที่เคย

คุณล่ะ คิดว่าการออกไปนั่งชิลแล้วหวังว่าจะเจอ “คนที่ใช่” แบบออฟไลน์แบบนี้ จะเวิร์กกว่าการนั่งปัดแอปหาคู่ในยุคนี้ไหม?

ที่มาและภาพ : insight korea, metro uk