สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่านายกรัฐมนตรีคริสโตเฟอร์ ลักซอน ผู้นำนิวซีแลนด์ กล่าวว่า พร้อมพิจารณาจัดการลงประชามติเกี่ยวกับระบบเลือกตั้งของประเทศ


ปัจจุบัน นิวซีแลนด์ใช้ระบบเลือกตั้งแบบ “สมาชิกแบบผสมตามสัดส่วน” หรือเอ็มเอ็มพี ซึ่งมีการนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2539 และทำให้รัฐบาลผสมกลายเป็นเรื่องปกติของการเมืองนิวซีแลนด์ตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา


นิวซีแลนด์เปลี่ยนจากระบบเขตเดียวเบอร์เดียวแบบผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ชนะ ซึ่งมีรากฐานจากระบบของสหราชอาณาจักร มาเป็นเอ็มเอ็มพี เนื่องจากมีความกังวลว่า ระบบเดิมทำให้พรรคการเมืองขนาดเล็กไม่ได้รับที่นั่งในสภาตามสัดส่วนคะแนนเสียงที่ได้รับ


ทั้งนี้ ระบบเอ็มเอ็มพีกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนน 2 ใบ ใบแรกเลือกผู้สมัครในเขตเลือกตั้ง และใบที่สองเลือกพรรคการเมือง โดยผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดในแต่ละเขตจะได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนคะแนนเลือกพรรคจะใช้คำนวณจำนวนที่นั่งที่แต่ละพรรคควรได้รับในรัฐสภา


ปัจจุบัน นิวซีแลนด์มีเขตเลือกตั้ง 71 เขต ซึ่งผู้ชนะจะได้ที่นั่งโดยอัตโนมัติ ส่วนที่นั่งที่เหลือจะจัดสรรจากบัญชีรายชื่อของพรรค เพื่อให้จำนวนที่นั่งของแต่ละพรรคใกล้เคียงกับสัดส่วนคะแนนเสียงทั่วประเทศมากที่สุด


สภาผู้แทนราษฎรของนิวซีแลนด์มี 120 ที่นั่ง และพรรคหรือกลุ่มการเมืองต้องครองเสียงข้างมากอย่างน้อย 61 ที่นั่ง จึงจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคการเมืองจะต้องได้คะแนนบัญชีรายชื่ออย่างน้อย 5% หรือชนะอย่างน้อย 1 เขตเลือกตั้ง จึงจะมีสิทธิได้รับที่นั่งในสภา


ระบบดังกล่าวทำให้พรรคขนาดเล็กมีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากพรรคใหญ่ทั้งฝ่ายกลางซ้ายและกลางขวามักไม่ได้ที่นั่งมากพอที่จะครองเสียงข้างมากเพียงลำพัง ส่งผลให้ต้องเจรจาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคขนาดเล็ก


นับตั้งแต่เริ่มใช้ระบบเอ็มเอ็นพี รัฐบาลนิวซีแลนด์เกือบทุกชุดจึงเป็นรัฐบาลผสม ยกเว้นรัฐบาลพรรคแรงงานเมื่อปี 2563 ที่สามารถครองเสียงข้างมากได้เพียงพรรคเดียว


เอ็มเอ็มพี จึงไม่ใช่ระบบที่รับประกันว่า พรรคซึ่งได้ที่นั่งมากที่สุดจะเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่จะเป็นการเปิดทางให้พรรคขนาดเล็กมีอำนาจต่อรอง และทำให้การจัดตั้งรัฐบาลผสมเป็นลักษณะสำคัญของระบบการเมืองนิวซีแลนด์.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS