เมื่อวันที่ 8 ส.ค. พระเมธีวัชรบัณฑิต หรือ “เจ้าคุณหรรษา” เจ้าอาวาสวัดใหม่ยายแป้น ผอ.หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ว่า 5 สิ่งที่พระอยากจะขอต่อเหตุความรุนแรงในสถานศึกษา

1.ขอแสดงความเสียใจ และขอแสดงความไว้อาลัย ในห้วงเวลาแห่งการสูญเสียนี้ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้ปกครอง คุณครู และนักเรียนทุกท่าน ที่ได้สูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รักอย่างกะทันหัน จนนำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจต่อการจากไปในครั้งนี้ และขอไว้อาลัยต่อดวงวิญญาณทุกดวงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้ ด้วยพลังแห่งบุญกุศลและความดีทั้งหลาย ได้โปรดนำทางไปสู่สุคติภพ ประสบความสุขความสงบในสัมปรายภพ และขอให้ความดีนั้นเป็นเครื่องระลึกถึงของเราท่านทั้งหลายตลอดไป

2.ขอให้รีบเร่งรักษา และเยียวยากายใจ พระพุทธเจ้าตรัสเตือนไว้ว่า “ยามถูกลูกศรยิง อย่ามัวไปเสียเวลาถามหาว่าใครยิง ทำไมจึงยิง ยิงมาทางไหน ชนิดของพิษที่อาบลูกศรคืออะไร แต่ขอความกรุณาให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ร่วมระดมสรรพกำลังช่วยกันรักษาเยียวยา” อนุโมทนาต่อบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้ทุ่มเทรักษาบาดแผลทางกายของครู และนักเรียนอย่างสุดกำลังความสามารถ ในขณะที่นักสังคมสงเราะห์ นักจิตวิทยา พระสงฆ์ เป็นต้น ขอได้โปรดร่วมกันเยียวยาบาดแผลทางใจที่กำลังบาดลึก ให้ทุกท่านที่เกี่ยวข้องและสูญเสีย ได้กลับมามีกำลังกายและกำลังใจในการดำเนินชีวิตอย่างมีสติปัญญาต่อไป

3.ขออนุโมทนาต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปกครอง และคุณครู จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ขอชื่นชมต่อการปฏิบัติหน้าที่ของปู่กับย่า คุณครู และนักเรียนทุกท่านที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้ ทุกท่านล้วนได้ปฏิบัติหน้าที่ตามพลังบุญ พลังสติปัญญา และความสามารถในการดูแลเอาใจใส่ ทั้งปู่กับย่าได้พากันดูแลรัก ส่งหลานรัก รวมถึงทุนการศึกษาแทนพ่อแม่ คุณครูให้ความรัก อบรมสั่งสอน และดูแลศิษย์ของตนเองอย่างเต็มกำลัง ตามความสามารถ ในขณะที่เพื่อนร่วมโรงเรียนก็พากันส่งมอบสิ่งดีงามในขณะเรียนและทำกิจกรรมต่างๆ เมื่อทุกท่านได้ทำหน้าที่ของตัวเองจนสุดความสามารถตามกำลังสติปัญญาแล้ว จากนี้เป็นต้นไป ดวงวิญญาณทั้งหลายก็เดินทางแยกย้ายกันไปตามพลังบุญคุณงามความดีในภพภูมิต่างๆ ที่ได้สะสมบ่มเพาะกันมา เชื่อมั่นว่า พลังความดีที่ทุกท่านเพียรสร้างจะเป็นใบเบิกทาง ตามรักษาดวงจิตทุกดวงให้มีความร่มเย็นเป็นสุขสืบไป

4.ขออย่าได้จองเวรจองภัยซึ่งกันและกัน พวกเราทุกคนในสังคมกำลังเผชิญหน้ากับความสูญเสียในบริบทที่แตกต่างกัน บ้างก็สูญเสียชีวิต บ้างก็สูญเสียคนรัก บ้างก็สูญเสียอารมณ์ และความรู้สึก ขอให้ตั้งสติสังเกตอารมณ์ ความรู้สึก และจิตใจ ที่กำลังโกรธ เกลียด เคียดแค้นหรือไม่ รักษาใจมิให้หลงก่นด่า เกลียดชัง การจองล้างจองผลาญ จองเวรจองภัยซึ่งกันและกัน จะน้อมนำไปสู่ความร้อนอกร้อนใจ ทุกข์ทรมานทั้งผู้อยู่และผู้ที่จากไป แต่การแผ่บุญกุศล แผ่เมตตาจิต จะเพิ่มพลังของความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และการพร้อมที่จะเข้าโอบอุ้ม ดูแล เอาใจใส่อารมณ์และความรู้สึก และทุกชีวิต พร้อมจะหยิบยื่นสิ่งดีงาม และช่วยเหลือเกื้อกูลในทุกโอกาส และจังหวะที่เหมาะสมตามกำลังบุญกุศล

5.ขอให้เร่งสร้าง Educational Ecosystem ในสถานศึกษา ให้สอดคล้องและเหมาะสม บริบทโลกเปลี่ยนไป ทั้งสภาพเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยีดิจิทัล และสภาพแวดล้อม จนส่งผลกระทบต่อวิธีคิด พฤติกรรม และวิถีความเป็นอยู่ของผู้ปกครอง ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียน จึงจำเป็นต้องเร่งออกแบบและสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาในสถานศึกษาอย่างด่วน ผ่านการระดมสมอง และสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน เร่งสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษา ผ่านโครงการพัฒนาโรงเรียนสติ (Mindful School) เพื่อบ่มเพาะความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ให้แก่บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหาร ครู รวมถึงนักเรียนเพื่อให้มีสมรรถนะ (Competency) ในการเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ที่เกิดในโรงเรียน ชุมชน และสังคม ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ทั้งในและนอกสถานศึกษา การจัดการศึกษาเพื่อสันติภาพ (Education for Peace) เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษา ทั้งผู้บริหาร และครูให้มีสมรรถนะในการออกแบบการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเสริมสร้างโรงเรียนสันติสุข รวมถึงปลูกฝังค่านิยม และพฤติกรรมในการอยู่ร่วมกันของนักเรียนบนฐานของการเคารพคุณของชีวิต ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสันติวัฒนธรรม