ตามที่ คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย คนใหม่ ที่มี “ปลัดนัท” น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานประกาศผลการตรวจคุณสมบัติผู้สมัครชิงตำแหน่ง ผู้ว่าการ กกท. คนใหม่ ผ่านเกณฑ์เพียง 2 คน จากที่สมัครมาทั้งหมด 10 คน ก่อนหน้านี้ ได้แก่ นพ.มีชัย อินวู๊ด รองผู้ว่าการกกท. ฝ่ายบริหาร และ นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการกกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เข้าทดสอบความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ วันที่ 10 ส.ค.69 และเข้ารับการสัมภาษณ์พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ วันที่ 13 ส.ค.69 ตามลำดับ นั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่สังคมสงสัยว่า ทำไมจึงมีผู้ผ่านเกณฑ์การตรวจคุณสมบัติเพียง 2 คน จากทั้งหมด 10 คน ที่ยื่นสมัครเข้ามา ไม่ใช่เพียงแต่หลักเกณฑ์ข้อที่กำหนดไว้ว่า ต้องเคยผ่านการบริหารหน่วยงาน องค์กรที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปีหลังเท่านั้น

คุณสมบัติข้อนี้มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ 3-4 คน ส่วนที่เหลือกลุ่มพวกนายกสมาคมกีฬา “แห่งประเทศไทย” ที่มาสมัครนั้น การเป็นนายกสมาคมกีฬา “แห่งประเทศไทย” ไม่ถือเป็นองค์กร แม้ว่าจะเป็นหน่วยงานลูกในการดูแลของรัฐวิสาหกิจอย่างการกีฬาแห่งประเทศไทย แต่ไม่ได้ถือเป็นองค์กร

ส่วน พ.ต.อ.ชัยพร ออฟูวงศ์ รองผู้บังคับการสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นตำรวจในส่วนของผู้อำนวยการฝ่าย ไม่ใช่หัวหน้างาน หรือรองหัวหน้างานสูงสุด จึงไม่เข้าคุณสมบัติ

รายงานข่าว ระบุต่อว่า สำหรับ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข นักการเมือง อดีตนักกีฬาจักรยานทีมชาติไทย ซึ่งเพิ่งลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รอบล่าสุด สาเหตุที่คุณสมบัติไม่ผ่านเนื่องจากส่งเอกสารไม่ครบถ้วน โดย นางมัลลิกา แจ้งในใบสมัครว่าจบการศึกษาระดับใด แต่ไม่ได้แนบเอกสารวุฒิการศึกษามา

อีกทั้งเอกสารประกอบการสมัคร ไม่ครบถ้วนเพราะคณะกรรมการฯ กำหนดให้ส่งภายในวันที่ 29 ก.ค.69 สิ้นสุดเวลา 16.30 น. แต่ นางมัลลิกา ส่งอีเมล ชุดแรกใบสมัครมาทันตามเวลา แต่เอกสารสำคัญอย่างวิสัยทัศน์ประกอบการยื่นสมัครส่งมาในเวลา 16.48 น. เกินเวลาที่กำหนดไป 18 นาที ทำให้เอกสารของ นางมัลลิกา ไม่ครบถ้วน ณ เวลา 16.30 น. จึงไม่ผ่านการพิจารณาตรวจคุณสมบัติ

รายงานข่าวยืนยันว่า เวลานี้ไม่มีฝ่ายการเมืองมากดดันใด ๆ ให้อิสระการทำหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา โดยคณะกรรมการฯ จะเลือกผู้เหมาะสมจากการบริหารงานที่ผ่านมาและผลการทดสอบภาษาอังกฤษ รวมถึงการสัมภาษณ์และวิสัยทัศน์การบริหารงานเป็นหลัก โดยคาดว่าจะเสนอชื่อเพียงชื่อดียว ให้คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ที่มี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาให้ความเห็นชอบ จากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบในขั้นตอนต่อไป

“เรายึดตามระเบียบที่กำหนดเรื่องการตรวจคุณสมบัติ เราให้ความเป็นธรรมกับทุกคน แต่ถ้าไม่เข้าหลักเกณฑ์ก็ต้องตัดชื่อออก คนหนึ่งเคยบริหารเงิน 18 ล้านบาท อีกรายที่ดูจะใกล้เคียงสุดคือ เคยบริหารเงินระดับ 600 ล้านบาท แต่ก็ไม่เข้าเกณฑ์คือ 1,000 ล้านบาท หลายคนส่งสัยว่า หลักเกณฑ์นี้เพิ่งมีหรือไม่ จริงๆ แล้วหลักเกณฑ์นี้ใช้ในคณะกรรมการสรรหา มาก่อนหน้านี้ทุกคน ยกเว้นรอบล่าสุดที่ได้ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ไม่ได้ระบุตัวเลขระดับ 1,000 ล้านบาทไว้ แต่รอบนี้เราเอาหลักเกณฑ์นี้กลับมาใช้ เพื่อให้ได้คนที่มีศักยภาพมากที่สุดมาดูแลวงการกีฬาของไทย” แหล่งข่าวจากคณะกรรมการสรรหาฯ กล่าว