จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพแมวแก่ พร้อมข้อความระบุว่า “เราตามหาเจ้าเสือมีคนบอกว่ามีลุงมาอุ้มเสือไปหลังจากที่หายไปจากวินมอเตอร์ไซค์ ซอยวัดกู้ พอดีพาแมวไปหาหมอที่โรงพยาบาล เจอเจ้าเสือยื่นมือพร้อมเรียกเรา สงสารจับใจ ถามหมอบอกว่าน้องป่วยเป็นลูคีเมีย เอดส์แมว ยังไม่มีใครรับเสือไปดูแลยังอยู่ที่โรงพยาบาลหาคนรับเคสหาบ้านใหม่ให้เสือถ้าลุงไม่อุ้มเสือใบคงได้อยู่กับเราแล้ว ติดป้ายประกาศหาบ้านให้เสือหลายที่ พอมีคนไปขอก็ไม่ให้เขา ปล่อยเสือให้ได้ไปอยู่บ้านที่ไม่ขังกรงไปตลอดชีวิตด้วยเถอะ เสือแก่แล้วให้เขาออกจาก รพ. มาอยู่บ้านอย่างมีความสุขเถอะค่ะ” ซึ่งมีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์และสงสารแมวแก่ นั้น

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ที่โรงพยาบาลสัตว์เอื้ออาทร ถนนติวานนท์ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบพบคุณนก อายุ 47 ปี เจ้าของที่โพสต์เรื่องราวกำลังนำแมวมารักษาที่โรงพยาบาลและเยี่ยมเจ้าเสือ แมวแก่ที่ล้มป่วยอาการหนักด้วยโรคลูคีเมีย และเอดส์แมว โดยคุณนก เล่าว่า ก่อนหน้าที่เจ้าเสือแมวแก่ตัวนี้จะมานอนที่โรงพยาบาลตนได้เคยนำอาหาร น้ำและยาไปให้เจ้าเสือแมวจรจัดที่หลบอยู่ข้างวินมอเตอร์ไซค์ รับจ้างหน้าปากซอยวัดกู้อยู่นานหลายวัน โดยช่วงนั้นตนตั้งใจว่าจะนำเจ้าเสือไปเลี้ยงดูที่บ้าน ร่วมกับแมวอีกหลายตัวที่เลี้ยงอยู่ แต่ว่าติดปัญหาที่บ้านช่วงนั้นน้ำท่วม อยู่ระหว่างซ่อมแซมปรับปรุงจึงฝากเจ้าเสือไว้กับร้านค้าแถวนั้น จนกระทั่งต่อมาพบว่าเจ้าเสือได้หายไป สอบถามจากชาวบ้านทราบว่าถูกคนอุ้มหายไป พยายามตามหาอยู่นานแต่ก็ไม่พบ
ต่อมาพบว่ามีการประกาศหาบ้านให้เจ้าเสือแมวแก่ตัวนี้ อีกทั้งยังมีประกาศติดอยู่ที่ผนังข้างฝาของโรงพยาบาลสัตว์ด้วย โดยในใบประกาศหาบ้านให้เจ้าเสือ สามารถติดต่อได้ที่มูลนิธิรักแมวปันน้ำใจให้แมว เมื่อตนติดต่อไปทางเจ้าหน้าที่บอกว่าต้องติดต่อกับคนที่อุ้มไปรักษาที่คลินิก เพราะเป็นเจ้าของแมว ที่นำมารักษา ทางตนจึงได้ติดต่อไปที่คุณเกศ ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่าเจ้าเสือล้มป่วยหลายโรคไม่สามารถให้ตนนำกลับไปเลี้ยงดูได้ เพราะตนเองก็มีแมวอยู่หลายตัวแล้ว ตนแปลกใจว่าในเมื่อเขาประกาศหาบ้านใหม่ให้แมว แล้วตนต้องการเจ้าเสือ กลับไปเลี้ยงทำไมถึงไม่ให้ตน ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่เจ้าเสือจะถูกอุ้มมาตนเป็นคนให้ข้าวให้น้ำรวมทั้งให้ยารักษาจนอาการเจ้าเสือดีขึ้น แล้วจะมาปิดกั้นไม่ให้ตนนำเจ้าเสือกลับไปเลี้ยงได้อย่างไร

เวลาต่อมาคุณเกษ พร้อมลูกสาว ซึ่งเป็นผู้นำเจ้าเสือแมวแก่ มารักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ ได้เดินทางมาที่ รพ. พร้อมนำอาหาร น้ำ มาให้เจ้าเสือ ซึ่งนอนอยู่ในกรง โดยคุณเกษ เปิดเผยว่า ตนเจอเจ้าเสือหลายครั้งที่บริเวณหน้าร้านขายอาหารสัตว์ ใกล้วินมอเตอร์ไซค์วัดกู้ ก็รู้สึกสงสาร จนกระทั่ง วันที่ 8 ธ.ค. ตนเห็นเจ้าเสือมีบาดแผลตามตัว รวมทั้งอยู่ในสภาพที่ป่วยอย่างหนักแทบจะเดินไม่ไหว จึงได้อุ้มพาขึ้นรถนำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เอื้ออาทร และอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ รวมทั้งมูลนิธิคนรักแมว และผู้ใจบุญที่ออกค่ารักษามาให้แล้วกว่าหมื่นบาท
คุณนกเองเคยไลน์มาส่งข้อความมาบอกกับตนว่าจะขอเจ้าเสือกลับไปเลี้ยงดูที่บ้าน แต่ตนทราบมาเบื้องต้นว่า แมวของเขาทั้ง 5 ตัวที่เลี้ยงอยู่มีบางตัวก็ล้มป่วยด้วยโรคเดียวกันกับเจ้าเสือ เกรงว่าหากนำกลับไป เจ้าเสืออาจจะไม่รอด จึงปฏิเสธไปพร้อมทั้งบอกว่า กำลังหาบ้านหลังใหม่ให้กับเจ้าเสืออยู่ไม่ต้องเป็นห่วง ขอให้คุณนกดูแลแมวที่เลี้ยงอยู่ให้ดีก็พอแล้ว ปล่อยเจ้าเสือสักตัวให้ไปอยู่ในที่ดีๆ เถอะ ตนก็เลี้ยงแมวอยู่ที่บ้านหลายตัว ดูแลอย่างดีไม่มีตัวไหนป่วยเป็นโรค ทุกครั้งที่ไม่สบายก็จะนำมาหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ตนอยากให้เจ้าเสือซึ่งมีอายุมากแล้วแก่แล้ว ได้อยู่ในบ้านหลังใหม่ที่ดี โดยคิดว่าผู้ที่จะรับเจ้าเสือไปอยู่ด้วย ควรจะมีเจ้าเสือเพียงตัวเดียว เพราะคิดว่าเจ้าเสือคงอยู่ได้อีกไม่นาน
“คนที่จะมารับเจ้าเสือไปอยู่ได้ต้องมีเงื่อนไข มูลนิธิและผู้ใจบุญที่ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายรักษาเจ้าเสือ โดยต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร อาทิเช่น เจ้าเสือจะไปอยู่ตรงไหนที่ใด คนเลี้ยงที่ขอไปมีความพร้อมหรือไม่ เป็นคนรักแมวจริงหรือเปล่า ไม่ใช่นำแมวไปหาผลประโยชน์ ส่วนตัวไม่อยากมีปัญหาหรือว่าทะเลาะเบาะแว้งกับใครแต่อย่างใดทั้งสิ้น ที่ทำไปทุกอย่างก็ด้วยเจตนาดี สงสารแมวที่ล้มป่วยและใกล้จะตายมากกว่า” คุณเกษ กล่าว



