เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2569 พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัติรุจน์ วัฒนะฉัตรรัตน์ สวญ.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล. พร้อมด้วย พ.ต.ต.สมโภชน์ บุญชะยา สว.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล. บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 2 จับกุมตัวผู้ต้องหาชื่อ ​นายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี

โดยจับกุม​ได้บริเวณเส้นทางหลวงหมายเลข 24 กิโลเมตรที่ 401 ต.เมืองศรีไค อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ 1 คัน ชุดสายไฟและเบรกเกอร์ 19 ชุด ประแจหกเหลี่ยมรูปตัวที, คีมตัดเหล็ก, เหล็กดัดปีนเสาไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดสายไฟ เศษเปลือกหุ้มสายไฟ, แผ่นอะลูมิเนียม, เศษสายทองแดงที่ปอกเสร็จแล้ว รวมจำนวน 6 ถุงกระสอบ และอุปกรณ์เสพยาบ้า

สืบเนื่องจาก​นับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2569 เกิดเหตุคนร้ายตระเวนลักลอบตัดสายไฟส่องสว่างทางหลวงในพื้นที่ อ.เดชอุดม, อ.นาเยีย และ อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี อย่างหนักและต่อเนื่อง ซึ่งการก่อเหตุแต่ละครั้งทำให้ถนนหลวงมืดมิดเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร ส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเสี่ยงภัย ก่อให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย อีกทั้งยังสร้างความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดินในการซ่อมแซมและเดินระบบสายไฟใหม่ ซึ่งมีการแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วกว่า 36 คดีในหลายเขตพื้นที่

​ตำรวจทางหลวงอุบลราชธานี จึงตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ บูรณาการความร่วมมือกับแขวงทางหลวงอุบลราชธานีที่ 2 แลกเปลี่ยนข้อมูล ลงพื้นที่สืบสวนปราบปราม โดยใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์แผนประทุษกรรมและช่วงเวลาก่อเหตุ (Heat Map) เพื่อหาจุดเชื่อมโยง เนื่องจากคนร้ายมีพฤติการณ์ก่อเหตุเพียงลำพัง อาศัยความชำนาญเส้นทางหลบเลี่ยงกล้องวงจรปิด มักจอดรถจักรยานยนต์ซ่อนในโพรงหญ้ารกทึบ และใช้ความไวในการตัดสายไฟเพียง 5-10 นาทีแล้วหลบหนีไป ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนักและปรับเปลี่ยนแผนการแกะรอยเฝ้าติดตามยาวนานกว่า 55 วัน

​กระทั่งเวลาประมาณ 00.30 น.ของวันที่ 4 ส.ค. ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้วางกำลังดักซุ่มอยู่บริเวณเส้นทางหลวงหมายเลข 24 กิโลเมตรที่ 401 ต.เมืองศรีไค อ.วารินชำราบ ได้พบตัว นายสมศักดิ์ขี่รถจักรยานยนต์คันเป้าหมายที่ใช้ในการก่อเหตุมาจอดเทียบริมถนน ก่อนลงมือใช้ประแจเปิดฝาครอบโคนเสาไฟฟ้าเพื่อลักลอบตัดสายไฟ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ พร้อมตรวจยึดของกลางในที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย ชุดสายไฟ เบรกเกอร์ และอุปกรณ์ปีนเสาไฟฟ้า ซึ่งถูกบรรจุซุกซ่อนไว้ในกระสอบปุ๋ยที่เตรียมมา

สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า วันที่ถูกจับกุมนั้นตรงกับวันเกิดของตนพอดี โดยตั้งใจว่าเมื่อลักตัดสายไฟในคืนนี้เสร็จสิ้น จะนำทองแดงไปขายเพื่อนำเงินมาซื้อยาเสพติด และนำเงินส่วนหนึ่งไปฉลองวันเกิด

ผู้ต้องหา ให้การด้วยว่า ตกดึกขี่รถจักรยานยนต์ออกไปลักสายไฟ กลับมาปอกเปลือกเอาสายทองแดงที่บ้าน รุ่งเช้าเอาไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่า ได้เงินครั้งละ 1,200-1,500 บาท จากนั้นนำเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ แล้วนอนหลับพักผ่อน พอตื่นขึ้นมาก็วางแผนออกไปลักสายไฟใหม่ ทำเช่นนี้เป็นประจำเพื่อหาเงินมาซื้อยาเสพติดโดยลงมือก่อเหตุลักตัดสายไฟทางหลวงเพียงคนเดียวมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าตรงกันกับข้อมูลที่แขวงทางหลวงฯ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้จำนวน 36 ครั้ง และผู้ต้องหายังยอมรับอีกว่า ได้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้ในพื้นที่อื่น ๆ อีก รวมแล้วลงมือก่อเหตุมามากกว่า 50 ครั้ง เบื้องต้นแจ้งกล่าวหาว่า​ ลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ และ เสพยาเสพติดให้โทษ​​ ประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีต่อไป