เมื่อวันที่ 10 ส.ค. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ภาพข่าวนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ก่อเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ภายในสำนักงาน  อบจ.นนทบุรี โดยภายหลังก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการควบคุมตัวโดยสวมกุญแจมือ และปล่อยให้สูบบุหรี่ระหว่างสอบปากคำ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของนายกรัฐมนตรี ควรจะออกมาชี้แจงมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ก่อเหตุสังหาร

1) เหตุการณ์ที่ ‘นายฉลอง เรี่ยวแรง’ อดีต สส.นนทบุรี บุกยิง นายก อบจ.นนทบุรี เป็นเหตุอุกอาจร้ายแรง วันนี้เรื่องสำคัญที่ประชาชนต้องสนใจไม่ใช่เค้าโทรหาใครหลังก่อเหตุ แต่เป็นวิธีที่ตำรวจปฏิบัติกับผู้ก่อเหตุสังหารบุคคล

2) จากคลิปการเข้าจับกุมจะเห็นได้ว่า ตำรวจไม่ได้เข้าจู่โจมนายฉลองแต่อย่างใด ไม่มีการให้นอนคว่ำหน้าเอามือไพล่หลัง ไม่มีการใส่กุญแจมือ

ไม่แม้แต่การใช้เครื่องพันธนาการ มือของนายฉลองยังทำอะไรได้อิสระ จากคลิปขณะเข้าจับกุมนายฉลองยังคงยืนคุยโทรศัพท์ และตำรวจยังปล่อยให้นายฉลองค่อยๆ ควักสิ่งของจากกางเกงออกมา ดูในคลิปเข้าใจว่าสิ่งนั้นคือแม็กที่ใส่ลูกปืนไว้ แล้วถ้าในกางเกงเกิดเป็นปืนอีกกระบอกจะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าหากนายฉลองมีปืนจริงๆ แล้วก่อเหตุซ้ำกับคนในบริเวณนั้นจะเกิดอะไรขึ้น? ทำไมตำรวจถึงหละหลวมเช่นนี้?

3)ได้มีโอกาสคุยกับ สารวัตรโอต พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เหตุร้ายแรงเช่นนี้อย่างน้อยที่สุดตำรวจต้องมีเครื่องพันธนาการมือและต้องทำการตรวจค้นร่างกายว่ายังมีอาวุธอื่นๆ อีกหรือไม่ แต่ตามที่เห็นในคลิปข่าวก็ไม่ได้ทำเช่นนั้นแต่อย่างใด กลับเป็นผู้ต้องหาที่ยืนคุยโทรศัพท์สบายๆ และหยิบของที่ติดตัวออกมาให้ตำรวจด้วยตัวเอง ขณะที่อาวุธที่ใช้ก่อเหตุยังอยู่ใกล้ๆ

4) ทุกท่านคงนึกภาพตามดิฉันได้ กรณีอื่นๆ ถ้าเกิดเหตุแบบเดียวกัน ยังมีอาวุธอยู่ใกล้มือ เผลอๆ โดนตำรวจวิสามัญไปแล้ว แต่ในกรณีนี้ ตำรวจไม่ได้กระทำการควบคุมตัวนายฉลองให้เหมาะสมแต่อย่างใด กิริยาท่าทางดูเป็นท่าทีสบายๆ เหมือนกลุ่มเพื่อนที่อู้งานออกมาแวะดูดบุหรี่ข้างตึก มาตรฐานการจัดการสถานการณ์ร้ายแรงทำเช่นนี้จริงๆ หรือ? นี่คือโปรโตคอลการควบคุมสถานการณ์ปกติหรือไม่?

5) การจัดการกับเหตุเฉพาะหน้าว่าแย่แล้ว แต่ที่แย่ไปกว่านั้น เหตุใดนายฉลองถึงได้รับอภิสิทธิ์ในการดูดบุหรี่ในสถานที่ราชการ ยังอยู่ในอิริยาบถสบายๆ และดูดบุหรี่ในสถานที่ที่ตำรวจเอาไปควบคุมตัว มาตรฐานการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ที่ไหน? ในเคสอื่นๆ ตำรวจให้ทำเช่นนี้ได้หรือไม่?

6) หากเทียบในกรณีอื่นๆ ที่ร้ายแรงแต่น้อยกว่าเคสนี้ เช่น มีการทำร้ายร่างกาย มีอาวุธมีด/ปืน มีคนเมายา หรือแม้กระทั่งการชุมชุน จะเห็นว่าหลายเคสตำรวจเข้าจู่โจมรุนแรง บางเคสต้องมีการใส่กุญแจมือ บางเคสแม้ผู้ต้องหาสงบแล้วแต่ตำรวจยังมีเครื่องพันธนาการ บางเคสตำรวจถึงขั้นทำร้ายร่างกายให้ได้รับความบาดเจ็บ

7) การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การไม่ทำตามโปรโตคอลที่เหมาะสมเช่นนี้ จากที่สังคมไม่ไว้วางใจอยู่แล้วเพราะผู้ก่อเหตุก็เป็นบุคคลที่เชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินขณะนี้ มันทำให้สังคมยิ่งตั้งคำถามหนักเข้าไปอีกว่า คดีนี้ตำรวจจะดำเนินการในมาตรฐานใด? เพราะตั้งแต่จุดเริ่มต้น ดูเหมือนผู้ก่อเหตุจะได้อภิสิทธิ์เหนือคดีที่ผ่านๆ มาในอดีตมากทีเดียว ต่อหน้ายังขนาดนี้ ลับหลังจะขนาดไหน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรแถลงเพื่อชี้แจงมาตรฐานในการเข้าควบคุมเหตุ เพราะสิ่งที่ตำรวจปฏิบัติกับผู้ก่อเหตุ เมื่อเทียบกับความร้ายแรงของเหตุแล้ว ทำให้ประชาชนตั้งคำถามมากทีเดียว