วานนี้ (10 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมนักประดาน้ำชาวเบลเยี่ยมบังเอิญพบขวดเบียร์ยี่ห้อ “กินเนสส์” อายุ 162 ปี ขณะกำลังสำรวจซากเรืออับปางนอกชายฝั่งสหราชอาณาจักร และมีความเป็นไปได้ว่าเบียร์ดำขวดนี้อาจจะยังคง “ดื่มได้”

สเตฟาน ปานิส ช่างภาพใต้น้ำชาวเบลเยียม วัย 47 ปี เผยว่าเขาตกตะลึงอย่างมากเมื่อพบขวดแก้วบรรจุเบียร์ดังกล่าวในซากเรือมินโดโร ตรงจุดอัปปางในบริเวณช่องแคบอังกฤษเมื่อปีที่แล้ว

“ผมนำมันขึ้นสู่ผิวน้ำ แล้วพบว่าส่วนบนของขวดนั้นใสมาก ผมทึ่งมากที่ได้เห็นคำว่า ‘Guinness Extra Stout London'” ปานิส ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Inc. “ผมแบบว่า ‘ว้าว นี่มันสุดยอดไปเลย'”

ขวดดังกล่าวถูกค้นพบในส่วนพื้นที่ระวางสินค้าของเรือ จากนั้น ปานิส และ เอ็ดดี ฮัซซี เพื่อนนักประดาน้ำวัย 68 ปี ได้ส่งตัวอย่างจากขวดเบียร์ยุคศตวรรษที่ 19 นี้ ไปให้นักจุลชีววิทยาที่ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัย KU Leuven ในประเทศเบลเยียม

“มันก็ยังพอมีโอกาสที่เราจะสามารถสกัดดีเอ็นเอที่สมบูรณ์ออกมาได้ และจากนั้นเราจะสามารถลองกลั่นเบียร์ออกมาใหม่ในปริมาณเล็กน้อย ให้ได้รสชาติเหมือนกับเบียร์ที่พบในยุคปี 1860 เป๊ะๆ” เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวบีบีซี

ปานิส ซึ่งยอมรับว่าเขาไม่ได้เป็นแฟนตัวยงของเบียร์ดำ ระบุว่าสิ่งที่อยู่ภายในขวดอาจจะยังคงดื่มได้ แต่เขากำลังรอผลการวิเคราะห์ก่อน

“มีความเป็นไปได้ครับว่ามันอาจจะยังดื่มได้” เขากล่าว “คำถามสำคัญคือ น้ำทะเลได้ซึมผ่านจุกก๊อกเข้าไปในขวดแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ซึมเข้าไป เบียร์ก็น่าจะยังคงดื่มได้อยู่”

เขาเผยเพิ่มเติมว่า เขาจะลองจิบเบียร์ดำขวดนี้ดูสักนิด หากได้รับอนุมัติให้ทดลองชิมได้

เขาสงสัยว่าอาจจะมีเบียร์ซ่อนอยู่อีกมากกว่าหนึ่งขวดภายในซากเรือใบลำนี้ ซึ่งได้อับปางลง ณ จุดที่ห่างจากชายฝั่งเมืองโดเวอร์ ประเทศอังกฤษ ออกไปประมาณ 5.5 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 1864 หลังจากชนเข้ากับเรือใบเคอร์โซนีส 

“เมื่อดูจากขนาดของลังไม้แล้ว ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นลังขนาดบรรจุ 24 ขวดอย่างแน่นอน” เขากล่าว “แต่อาจจะมีลังมากกว่านั้นอีกก็ได้”

ปานิสยังได้ติดต่อไปยังบริษัท ดิเอจีโอ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเบียร์กินเนสส์ ซึ่งทางโฆษกขององค์กรได้กล่าวว่า “การค้นพบเช่นนี้เปรียบเสมือนหน้าต่างอันน่าหลงใหลที่เปิดไปสู่อดีตของเรา และช่วยสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับมรดกทางประวัติศาสตร์ของเรา

“ขณะนี้ ทีมงานจดหมายเหตุของกินเนสส์ (Guinness Archive) กำลังประสานงานกับทีมนักประดาน้ำเพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินการค้นพบในครั้งนี้”

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : Stefan Panis