สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ว่า เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่ายูเครนระงับการโจมตีด้วยโดรนต่อเรือบรรทุกน้ำมัน ที่ใช้ท่าเรือโนโวรอสซีสก์ของรัสเซีย ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลดำ ตามคำขอของนายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ


รายงานระบุว่า สหรัฐแสดงความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา หลังการโจมตีส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันและสร้างความเสียหายต่อบริษัทสหรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันดิบจากคาซัคสถาน ไปยังท่าเรือของกลุ่มบริษัทแคสเปียน ไปป์ไลน์ คอนซอร์เทียม (ซีพีซี)


แหล่งข่าวกล่าวว่า ยูเครนตกลงว่าจะไม่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของซีพีซี หรือเรือที่ไม่ใช่ของรัสเซีย ตราบใดที่เรือเหล่านั้นไม่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของยูเครน และไม่ได้บรรทุกน้ำมันหรือสินค้าของรัสเซีย


ก่อนหน้านี้ กองทัพยูเครนเพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเป้าหมายอื่นของรัสเซีย ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า ต้องการตัดแหล่งรายได้ที่รัสเซียใช้สนับสนุนปฏิบัติการทางทหาร


การโจมตีด้วยโดรนในทะเลดำส่งผลให้ปริมาณการขนถ่ายน้ำมันของซีพีซีลดลงมากถึง 20% เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา และส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของคาซัคสถาน รวมถึงบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของตะวันตก


ขณะที่คาซัคสถาน ซึ่งพึ่งพาเส้นทางซีพีซีในการส่งออกน้ำมันดิบ มีปริมาณการผลิตน้ำมันลดลง 14% ในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย. ขณะที่เชฟรอนและเอ็กซอนโมบิล เป็นบริษัทน้ำมันตะวันตกของสหรัฐที่ดำเนินธุรกิจในคาซัคสถาน แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS