เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เตรียมกำหนดมาตรการขั้นเด็ดขาดในการควบคุมอาวุธปืน และเตรียมเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับใหม่ ด้วยการสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระงับการต่อใบอนุญาตอาวุธปืนทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ป.3 ป.4 และ ป.12 จนกว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นนั้น

นายเอกลักษณ์ ชนาวิรัตน์ อายุ 47 ปี เจ้าของร้านทองอุเทน กล่าวว่า คุณอนุทินออกมาพูดเรื่องปืน ตนเข้าใจในความหวังดีของท่านนายกฯ ที่อยากให้สังคมสงบและปลอดภัย แต่ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน หากเป็นนักกีฬาหรือมีความจำเป็นต้องฝึกซ้อม อาจจะได้รับผลกระทบได้ เพราะการพกพาปืนไปก็ยากอยู่แล้ว และท่านยังแนะนำให้ฝากปืนไว้ที่สนามอีก

“อีกประเด็นที่ท่านนายกฯ บอกว่า ถ้าโจรเข้าบ้านก็ห้ามยิง ก็เข้าใจเจตนาที่ดีของท่าน แต่ถ้ามีอาวุธแล้วใช้ยิงโจรก็ผิด ต้องมองคนละมุมและแยกแยะ เพราะบางทีเหตุการณ์ซึ่งหน้า หากมีอันตรายแล้วไม่ใช้ สุดท้ายเสียชีวิต เสียทรัพย์สิน แต่เราก็มั่นใจตำรวจ เพราะตำรวจทำงานเร็วและเก่ง แต่ถ้าประชาชนสามารถป้องกันตัวเองได้ด้วย และอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ใช้อารมณ์”

นายเอกลักษณ์ กล่าวต่อว่า คดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น พอมีคนไปถาม ก็มักได้คำตอบเดียวว่า “บันดาลโทสะ” อย่างที่นายกฯ กังวลก็คือการใช้อาวุธแบบใช้อารมณ์ร่วมด้วย ขับรถปาดหน้าก็ยิงกันได้ เป็นปัญหาสังคม ต้องมีการปูพื้นฐานมาตั้งแต่อนุบาล ใช้ธรรมะมาขัดเกลาเยอะ ๆ เพราะสังคมไทยขาดสิ่งนี้ไป เนื่องจากห่างศาสนามากขึ้น

ดังนั้น การห้ามพกปืนเห็นด้วย แต่เรื่องที่ว่าห้ามใช้อาวุธปืนในเคหสถาน เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรมานั่งถกกันให้ดีเสียก่อน ตอนนี้ไม่ใช่แค่ปืนถูกกฎหมายอย่างเดียว ปืนเถื่อน กระสุนเถื่อน ก็ต้องกวาดล้างด้วยเช่นกัน

“เรื่องอาวุธปืน ประเทศไทยขึ้นชื่อว่ามีอาวุธปืนในครอบครองเยอะสุดในอาเซียน จึงอยากฝากบอกว่า ที่เสนอมาดีต่อประชาชนอยู่แล้ว สังคมปลอดภัยขึ้น แต่อาจจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เป็นการล้อมคอก ประเทศไทยถนัดที่สุดคือการล้อมคอก ไม่เคยแก้ปัญหาได้ ขอให้นายกฯ ทบทวนอีกที ต้องแก้ปัญหาที่ต้นทางด้วย ไม่ใช่ปลายทางอย่างเดียว ก่อนที่จะครอบครองได้ ต้องดูว่าเอามาจากไหนให้ละเอียด”

ด้าน น.ส.อารยานี เนียมประดิษฐ์ ชาว จ.ขอนแก่น กล่าวว่า หากมีเหตุการณ์ เช่น โจรเข้าบ้าน แล้วโจรมีอาวุธปืนเข้ามาด้วย หากเราไม่มีการต่อสู้ป้องกัน ก็อาจจะถูกโจรใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตได้ ก็จะต้องมีการป้องกันตัว ซึ่งผู้ที่จะครอบครองอาวุธปืนนั้นจะต้องมีการศึกษา หรือมีการฝึกซ้อมเพื่อให้เกิดความเคยชิน เพราะตนก็มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยถูกกฎหมาย

เรื่องมาตรการที่นายกรัฐมนตรีเตรียมออกมานั้น เกิดจากเหตุการณ์ที่นักเรียนก่อเหตุกราดยิง รวมทั้งอดีต สส. บุกยิงนายก อบจ.นนทบุรี จึงได้เตรียมใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการควบคุมอาวุธปืนขึ้นมา จากเหตุการณ์ทั้ง 2 เหตุการณ์นั้น ทำให้เห็นว่าการขาดความเอาใจใส่ของผู้ปกครอง รวมทั้งในส่วนของกฎหมายเกี่ยวกับผู้ครอบครองอาวุธปืน หากป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ ผู้ที่จะใช้อาวุธปืนเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝัน ก็ต้องยิงให้แม่นและต้องมีการฝึกซ้อม เพราะหากไม่ฝึกซ้อม อาวุธปืนของเราอาจจะตกเป็นของคนร้ายได้

“การที่จะออกใบอนุญาตให้กับผู้ครอบครองปืน จะต้องให้ผู้ขออนุญาตมีการฝึกการใช้ปืนจนผ่านการอบรม ซึ่งตนมีอาวุธปืนครอบครองโดยถูกกฎหมาย แต่ตอนนี้ได้เก็บไว้อย่างดี และไม่ได้มีการนำออกมาใช้ เพราะอายุเยอะแล้วเลยไม่ได้ออกไปฝึกใช้ เพราะถ้าเราไม่ฝึก อย่าใช้ปืนเป็นเด็ดขาด สมมุติหากเราถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนข่มขู่ อาจจะต้องอาศัยชิงจังหวะ ชิงปืนจากคนร้ายให้ได้ หรือเรามีอาวุธปืนก็ยิงสวนกลับไปทันที โดยเฉพาะคนร้ายที่ตำรวจเข้าจับกุมแล้วมีอาวุธปืน เป็นไปได้ก็ให้วิสามัญทันที”