ขณะที่นักอุตุนิยมวิทยาจีนติดตามเส้นทางของไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” ที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศจีนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) รุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงานควบคู่กับระบบพยากรณ์อากาศแบบดั้งเดิม สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของจีนในการแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยีพยากรณ์สภาพอากาศที่แม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ระบบพยากรณ์อากาศที่พัฒนาโดยจีนหลายระบบ อาทิ “เฟิงอวี” (Fengwu) ของห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์เซี่ยงไฮ้ “ผานกู่” (Pangu) ของหัวเว่ย และ “ฝูซี” (Fuxi) ของมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น เป็นหนึ่งในระบบเอไอจำนวนไม่มากทั่วโลกที่นักวิจัยระบุว่า สามารถจัดทำพยากรณ์อากาศได้รวดเร็วกว่าระบบทั่วไปอย่างมาก และมีความแม่นยำในบางตัวชี้วัดเทียบเท่าหรือเหนือกว่าระบบแบบดั้งเดิม
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การพยากรณ์อากาศอาศัยแบบจำลองเชิงตัวเลขที่ทำงานบนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ โดยจำลองกระบวนการทางฟิสิกส์ของชั้นบรรยากาศ ขณะที่ระบบเอไอใช้วิธีเรียนรู้รูปแบบจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งรวบรวมข้อมูลสภาพอากาศในอดีต ก่อนนำมาประมวลผลเพื่อสร้างการพยากรณ์ในเวลาเพียงเสี้ยวหนึ่งของระบบเดิม
เทคโนโลยีดังกล่าวกำลังถูกนำมาทดสอบมากขึ้นในช่วงฤดูไต้ฝุ่นของเอเชียตะวันออก เนื่องจากการปรับปรุงความแม่นยำของการคาดการณ์เส้นทางพายุแม้เพียงเล็กน้อย สามารถช่วยให้หน่วยงานภาครัฐเตรียมรับมือน้ำท่วม วางแผนอพยพประชาชน และบริหารจัดการผลกระทบต่อระบบคมนาคมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การเติบโตของเอไอในการพยากรณ์อากาศจึงกลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันแห่งใหม่ระหว่างบริษัทเทคโนโลยี สถาบันวิจัย และหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาทั่วโลก โดยจีนถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทโดดเด่นในด้านนี้
นอกจากระบบของจีนแล้ว ระบบเอไอพยากรณ์อากาศที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกยังรวมถึง “กราฟแคสต์” (GraphCast) และ “เจนแคสต์” (GenCast) ของกูเกิล “โฟร์แคสต์เน็ต” (FourCastNet) ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเอ็นวิเดีย รวมถึงระบบพยากรณ์อากาศเอไอของศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางแห่งยุโรป

ทั้งนี้ ระบบเฟิงอวีได้รับความสนใจอย่างมาก หลังผู้พัฒนาระบุว่า ระบบสามารถให้ผลการพยากรณ์ที่แม่นยำกว่ากราฟแคสต์ในตัวแปรสภาพอากาศราว 80% ที่นำมาประเมิน และสามารถพยากรณ์สภาพอากาศระยะกลางทั่วโลก ได้อย่างมีประสิทธิภาพล่วงหน้านานกว่า 10 วัน
แม้เอไอจะมีข้อได้เปรียบด้านความเร็วและใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์น้อยกว่า แต่ยังไม่น่าจะเข้ามาแทนที่ระบบพยากรณ์แบบดั้งเดิมได้ทั้งหมดในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะการคาดการณ์ความรุนแรงของพายุ ซึ่งเอไอยังทำได้ไม่ดีเท่าระบบเดิม
เฟิงอวีสามารถคาดการณ์เส้นทางไต้ฝุ่นได้อย่างแม่นยำ โดยเมื่อพยากรณ์ล่วงหน้า 5 วันก่อนไต้ฝุ่นดอลฟิน ขึ้นฝั่ง ระบบสามารถคาดการณ์เวลาและจุดที่พายุจะขึ้นฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่ได้คลาดเคลื่อนไม่เกิน 30 นาที และ 30 กิโลเมตร แต่ยังต้องพัฒนาเพิ่มเติมสำหรับการคาดการณ์ปรากฏการณ์ภูมิอากาศขนาดใหญ่ เช่น เอลนีโญ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการวิจัยและการทดสอบในระยะยาวเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ด้วยเหตุนี้ นักพัฒนาจึงมองว่า การใช้เทคโนโลยีเอไอควบคู่กับระบบพยากรณ์แบบดั้งเดิมน่าจะยังคงดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยแต่ละเทคโนโลยีจะเข้ามาเสริมจุดแข็งของกันและกัน เพื่อยกระดับความสามารถในการรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วที่มีแนวโน้มรุนแรงและเกิดบ่อยครั้งขึ้นทั่วโลก.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



