ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 48,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3,793 ล้านบาท หรือ 8.5% จากรายได้ผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมัน และค่าเบี้ยประกันภัยไม่รวมค่าน้ำหนักส่วนเกิน) ที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.3% ตามที่บริษัทฯ ได้ทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันให้สอดคล้องกับแนวโน้มราคาน้ำมันอากาศยาน และภาวการณ์แข่งขัน

บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 44,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 29.7% จากราคาน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 104.6% ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 3,691 ล้านบาท และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) (EBIT Margin) อยู่ที่ 17.5% สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการเพื่อให้ผลการดำเนินงานและสภาพคล่องของบริษัทฯ อยู่ในระดับที่เหมาะสม
บริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงิน 3,165 ล้านบาท และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 335 ล้านบาท ส่งผลให้ไตรมาส 2 ของปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,537 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนมีกำไรสุทธิ 12,134 ล้านบาท และมี EBITDA 8,182 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 322,085 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2568 จำนวน 18,026 ล้านบาท หรือ 5.9% มีหนี้สินรวม 240,252 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2568 จำนวน 12,105 ล้านบาท หรือ 5.3% มีส่วนของผู้ถือหุ้น 81,833 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2568 จำนวน 5,921 ล้านบาท หรือ 7.8% บริษัทฯ มีเงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสดรวมสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 รวมทั้งสิ้น 123,757 ล้านบาท

ด้านการปฏิบัติการ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทฯ มีเครื่องบินที่ใช้ดำเนินงาน 84 ลำ มีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบินเฉลี่ย 12.9 ชั่วโมงต่อลำต่อวัน จำนวนผู้โดยสารรวม 3.66 ล้านคน มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) 16,778 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.4% จากการปรับลดเที่ยวบินจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการเดินทางของผู้โดยสาร โดยมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) 11,993 ล้านคน-กิโลเมตร ลดลง 11.3% ส่งผลให้อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยอยู่ที่ 71.5% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 77.0%
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 99,650 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3,198 ล้านบาท หรือ 3.3% มีค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 82,213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯ มีกําไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 17,437 ล้านบาท และมีต้นทุนทางการเงิน 6,152 ล้านบาท บริษัทฯ มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 1,424 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากกำไรจากการยกเลิก และเปลี่ยนแปลงสัญญาเช่าเครื่องบิน ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 จำนวน 11,645 ล้านบาท
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทฯ ทำการรับมอบเครื่องบินลำตัวแคบแบบ Airbus A321neo จำนวน 5 ลำ และรับมอบอากาศยานลำตัวกว้างแบบ Boeing 787-8 จำนวน 3 ลำ และแบบ Boeing 787-9 จำนวน 1 ลำ เพื่อเสริมศักยภาพฝูงบิน และรองรับการขยายเส้นทางการบินในอนาคต ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และปรับแผนดำเนินงานโดยมุ่งเน้นวินัยในการบริหารจัดการต้นทุน และการรักษาสภาพคล่อง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569



